“ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ 2025 ได้สำเร็จ หลังจากเบียดเอาชนะคู่แข่งตลอดกาลอย่าง “ม้าลาย” ยูเวนตุส ไปอย่างหวุดหวิด 1-0 ในเกม “บิ๊กแมตช์” ที่สู้กันด้วยแท็กติกอย่างเข้มข้นและวัดกันที่ความเฉียบคมในการจบสกอร์เมื่อเช้ามืดที่ผ่านมา

เกมในครึ่งแรกเป็นไปอย่างสูสีและมีคุณภาพสูง ทั้งสองทีมพยายามช่วงชิงจังหวะในแดนกลางและมีโอกาสทองด้วยกันทั้งสองฝั่ง โดยยูเวนตุสเกือบได้ประตูขึ้นนำก่อนในนาทีที่ 8 จากจังหวะที่ ร็องดาล โคโล มูอานี่ ใช้ความเร็วหลุดเดี่ยวเข้าไปดวลกับ ติโบต์ กูร์ตัวส์ แต่เจ้าตัวกลับตัดสินใจชิพบอลข้ามตัวและบอลลอยไปตกบนหลังคาประตูอย่างน่าเสียดาย

จากนั้นในนาทีที่ 29 เรอัล มาดริด ก็พลาดโอกาสทองเช่นกันเมื่อ จู๊ด เบลลิงแฮม ได้ดวลเดี่ยวกับผู้รักษาประตู แต่ก็ยิงไปติดเซฟอันยอดเยี่ยมของ มิเคเล่ ดิ เกรโกริโอ ทำให้จบครึ่งแรกยังคงเสมอกันอยู่ 0-0

ประตูเดียวซึ่งเป็นประตูชัยของเกมนี้เกิดขึ้นในครึ่งหลังนาทีที่ 54 จากจังหวะที่ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แบ็คขวาของทีม ได้พื้นที่ทางกราบขวาก่อนจะบรรจงเปิดบอลโค้งอย่างแม่นยำเข้าไปในกรอบเขตโทษ และเป็น กอนซาโล่ การ์เซีย กองหน้าดาวรุ่งที่สอดเข้ามาเทคตัวขึ้นโหม่งเปลี่ยนทางบอลเข้าไปตุงตาข่ายอย่างสวยงาม เป็นประตูให้เรอัล มาดริดขึ้นนำ 1-0

ไฮไลท์สำคัญอีกอย่างที่แฟนบอลทั่วโลกจับตามองในครึ่งหลังคือการกลับมาลงสนามของ คีเลียน เอ็มบัปเป้ ในนาทีที่ 68 ซึ่งเป็นการลงเล่นนัดแรกของเขาในทัวร์นาเมนต์นี้หลังจากหายจากอาการป่วย ช่วงเวลาที่เหลือ ยูเวนตุสพยายามโหมบุกเพื่อทวงประตูคืน แต่ก็ไม่สามารถเจาะแนวรับที่แข็งแกร่งของมาดริดได้

จบเกม เรอัล มาดริด เฉือนเอาชนะ ยูเวนตุส ไปได้ 1-0 ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายไปรอพบผู้ชนะระหว่าง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และ มอนเตอร์เรย์ ต่อไป

