
แพทองธารสั่ง ครม. เร่งเยียวยาผลกระทบจากวิกฤตอิสราเอล–อิหร่าน และปัญหาชายแดนกัมพูชา ย้ำไม่ใช้การเปิด-ปิดด่านหวังผลการเมือง กำชับทุกกระทรวงบูรณาการมาตรการเร่งด่วน
นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า รัฐบาลได้ประเมินสถานการณ์โลก โดยเฉพาะกรณีความขัดแย้งอิสราเอล–อิหร่านที่ขยายตัวต่อเนื่อง อาจส่งผลต่อการค้า การพลังงาน และการท่องเที่ยวทั่วโลก รวมถึงไทย ซึ่งอยู่ระหว่างเจรจากับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) เรื่องกำแพงภาษี ที่จะมีผลในต้นกรกฎาคมนี้ โดยกระทรวงการคลังเตรียมแถลงแนวทางรับมือเพิ่มเติมเร็วๆ นี้
ขณะเดียวกัน ปัญหาชายแดนไทย–กัมพูชา รวมถึงอาชญากรรมข้ามชาติ ทำให้นายกรัฐมนตรีสั่งการให้หน่วยงานด้านความมั่นคงบูรณาการการทำงานร่วมกัน และย้ำว่า รัฐบาลจะไม่ใช้การเปิดหรือปิดด่านชายแดนเพื่อผลทางการเมือง แต่จะยึดประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก พร้อมมอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ดูแลราคาสินค้าเกษตรในพื้นที่ชายแดน และหามาตรการควบคุมการลักลอบสินค้าจากต่างประเทศ
ในด้านเศรษฐกิจภายใน นายกรัฐมนตรีสั่งการกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรฯ เร่งแก้ไขปัญหาราคาข้าวตกต่ำโดยด่วน รวมถึงให้กระทรวงแรงงานเร่งพิจารณาการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำให้ทันเดือนกรกฎาคม ด้านพลังงาน ให้เตรียมมาตรการสำรองรองรับวิกฤตขาดแคลน และควบคุมราคาพลังงาน หากมีความผันผวน ส่วนกระทรวงท่องเที่ยวฯ ต้องเร่งกระตุ้นการท่องเที่ยวพร้อมเน้นมาตรการความปลอดภัย และให้กระทรวงกลาโหมเดินหน้า Seal Stop Safe ปราบยาเสพติดร่วมกับตำรวจและผู้ว่าราชการจังหวัดอย่างเป็นระบบ