กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นำโดยพล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ป.,พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.เผด็จ งามละม่อม รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป., พ.ต.ท.สมเดช สาระบรรณ์, พ.ต.ท.อภิชน ขันกา,พ.ต.ท.พชรเดช บุญฤทธิ์, พ.ต.ท.กฤษฎา พลายละหาร และ พ.ต.ท.รัฐวิรุฬห์ จันทสุบรรณ รอง ผกก.1 บก.ป. แถลงข่าวกรณีนำกำลังเจ้าหน้าที่เปิดปฏิบัติการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายในกรุงเทพมหานครและหลายจังหวัดทั่วประเทศ ตามยุทธการ “Bullet Express : ปิดเกม กระสุนส่งด่วน” สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 12 ราย พร้อมของกลางอาวุธปืนและเครื่องกระสุนจำนวนมาก
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2568 สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เปิดยุทธการ “ธรณีนี้มีชื่อมีแป” เพื่อกวาดล้างกลุ่มผู้มีอิทธิพล แก๊งมาเฟีย และอาชญากรรมร้ายแรงทั่วประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มค้าอาวุธปืนและมือปืนรับจ้าง ซึ่งจากปฏิบัติการครั้งนั้น บก.ป. ตรวจค้น 32 จุด จับผู้ต้องหาได้ 16 ราย ยึดอาวุธปืนได้ 23 กระบอก และกระสุน 564 นัด ต่อมา บก.ป. ได้ขยายผลการสืบสวนตามนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่สั่งระดมกวาดล้างอาวุธปืนเถื่อน โดยมุ่งเป้าไปยังเครือข่ายการซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์ จนพบเบาะแสสำคัญเกี่ยวกับกลุ่มผู้ต้องหาที่ลักลอบจำหน่ายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนเถื่อนผ่านช่องทางออนไลน์
กระทั่งเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2568 เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นเป้าหมาย 22 จุดในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 12 ราย ประกอบด้วย
1. นายฤทธิ์ชัยฯ เป็นผู้จำหน่ายกระสุน
2. นายเกียรติศักดิ์ฯ อายุ 45 ปี
3. นายปฏิพัทธ์ฯ อายุ 27 ปี
4. นายศราวุธฯ อายุ 22 ปี
5. นายโตมรฯ อายุ 32 ปี
6. นายภูวดลฯ อายุ 32 ปี
7. นายฉัตรวัตต์ฯ อายุ 25 ปี
8. นายพนมฯ อายุ 40 ปี
9. นายณัฐวุฒิฯ อายุ 31 ปี
10. น.ส.วรรณิภาฯ อายุ 20 ปี
11. นายบุญถิ่นฯ อายุ 51 ปี
12. นายครรชิตฯ อายุ 53 ปี
พร้อมของกลางอาวุธปืนและเครื่องกระสุนจำนวนมาก ได้แก่ อาวุธปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติ 6 กระบอก / ปืนยาวลูกซองเดี่ยว 5 กระบอก / ปืนยาวลูกกรดเดี่ยว 5 กระบอก / ปืนลูกโม่ 1 กระบอก / ปืนไทยประดิษฐ์ 1 กระบอกกระสุนปืนหลากขนาด รวม 31,538 นัด
จากการสอบสวนพบว่า นายฤทธิ์ชัยฯ (ผู้ต้องหาคนที่ 1) เป็นหัวหน้าขบวนการ มีพฤติกรรมลักลอบจำหน่ายอาวุธปืนและกระสุนผ่านช่องทางออนไลน์มาเป็นเวลาหลายปี โดยใช้ช่องว่างทางกฎหมายจากการที่ตนมีใบอนุญาตครอบครองปืนหลายกระบอก เพื่อนำเครื่องกระสุนจากแหล่งต่าง ๆ มาเก็บสะสมและขายต่อให้กับลูกค้า โดยใช้บริการขนส่งเอกชนเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ ซึ่งการจำหน่ายจะจำหน่ายในราคาที่สูงกว่าท้องตลาดและได้กำไรกล่องละประมาณ 200 – 300 บาท
ทั้งนี้ นายฤทธิ์ชัยฯ ให้การรับสารภาพ และยินยอมนำเจ้าหน้าที่ไปตรวจยึดอาวุธปืนและเครื่องกระสุนเพิ่มเติมอีกเป็นจำนวนมาก
เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งหมดถูกแจ้งข้อหาร่วมกันมีหรือจำหน่ายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนสำหรับการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน และถูกนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งขยายผลถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น รองผู้บังคับการปราบปราม (รอง ผบก.ป.) เปิดเผยว่า กระสุนปืนที่ผลิตภายในประเทศไทยทุกนัดจะมีหมายเลขกำกับชัดเจน สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าแต่ละชุดถูกส่งไปจำหน่ายให้กับใคร และถูกส่งไปยังสถานที่ใด ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ขยายผลในการสอบสวนต่อไป
ทั้งนี้ พ.ต.อ.บุญลือ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงเดือนที่ผ่านมา มีคดียิงกันเกิดขึ้นแทบทุกวัน แม้ปัจจุบันจำนวนมือปืนรับจ้างจะลดลง แต่กลับพบว่ากลุ่มวัยรุ่นรุ่นใหม่จำนวนหนึ่งพยายามสร้างตัวตนและชื่อเสียงให้กับกลุ่มของตนเอง ผ่านการใช้อาวุธปืนในการก่อเหตุรุนแรง จนนำไปสู่การเสียชีวิตของผู้คนจำนวนมาก พฤติกรรมดังกล่าวถือเป็นจุดเริ่มต้นของอาชญากรรมร้ายแรงรูปแบบอื่น ๆ ซึ่งเป็นวงจรอันตรายที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเฉพาะกองปราบปราม ต้องเร่งดำเนินการปราบปรามอย่างจริงจัง
จากการตรวจสอบเบื้องต้น ยังพบว่าบางผู้ต้องหามีประวัติเกี่ยวข้องกับคดีอาวุธปืน และยังคงมีอาวุธอยู่ในครอบครอง และส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มอายุ 30 – 40 ปี ซึ่งเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบเชิงลึกเพิ่มเติมต่อไป


