คัดลอก URL แล้ว
“ทนายยิ่งลักษณ์” เตรียมนำหลักฐานระบายข้าว ยื่นศาลขอพิจารณาคดีใหม่

“ทนายยิ่งลักษณ์” เตรียมนำหลักฐานระบายข้าว ยื่นศาลขอพิจารณาคดีใหม่

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 2 พฤษภาคม 2568 คณะผู้พิพากษาศาลปกครองสูงสุด นัดออกบัลลังก์อ่านคำพิพากษา คดีที่กระทรวงการคลังยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลปกครองกลางที่สั่งเพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลังที่ 135/2559 ลงวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ที่ให้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน กรณีปล่อยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว และเพิกเฉยไม่ระงับยับยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ราชการ เป็นเงิน กว่า 35,717 ล้านบาท ในคดีที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และสามี ร่วมกันยื่นฟ้องนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงการคลัง สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงคลัง กรมบังคับคดี อธิบดีกรมบังคับคดี และเจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีแพ่ง กรุงเทพมหานคร กรณีร่วมกันมีคำสั่งดังกล่าวโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

โดยศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัย เพิกถอนคำสั่งของกระทรวงการคลัง ที่สั่งให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ชดใช้ค่าเสียหายโครงการรับจำนำข้าว 3.5 หมื่นล้านบาท แต่มีคำสั่งให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชดใช้ค่าเสียหายเฉพาะในส่วนขั้นตอนการระบายข้าว (จีทูจี) เนื่องจากเป็นการใช้อำนาจทางปกครองดำเนินการ ซึ่งทาง ป.ป.ช. และ สตง. เคยทำหนังสือเตือนว่าอาจมีการทุจริต แต่น.ส.ยิ่งลักษณ์กลับไม่ดำเนินการใดๆ เพื่อระงับยับยั่ง จึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ทำให้เจ้าหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์ ทำให้เกิดความเสียหายต่อรับการเงินการคลังของประเทศ มูลค่า 20,057,723,761.66 บาท และไม่มีเหตุอันควรยกเว้นความผิด จึงให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่กระทรวงการคลัง ร้อยละ 50 ของความเสียหาย จำนวน 10,028,861,880.83 บาท

พร้อมให้เพิกถอนคำสั่งประกาศการและการดำเนินการใดๆ กรมบังคับคดี อธิบดีฯ และเจ้าพนักงาน ที่มีคำสั่งประกาศหรือการดำเนินการใดใดในการยึดอายัดทรัพย์สินของน.ส.ยิ่งลักษณ์ เพื่อขายทอดตลอด และให้ปลัดกระทรวงการคลัง กระทรวงการคลังดำเนินการสั่งเกี่ยวกับการขอกันส่วนทรัพย์สิน ของนายอนุสรณ์ อมรฉัตร (อดีตสามี) จำนวน 37 ราย ที่ถูกยึดเพื่อนำมาขายทอดตลาดตามสิทธิ์ พร้อมทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย เพื่อกันส่วนของนายอนุสรณ์ในฐานะเจ้าของร่วม เพื่อแจ้งต่อเจ้าตัว ภายใน 60 นับตั้งแต่วันที่มีคำสั่ง

ทั้งนี้ภายหลังฟังคำพิพากษา นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการฟังคำพิพากษางว่า ทนายระบุว่า จำนวน 10,028 ล้านบาท ไม่ได้กำหนดระยะเวลาชดใช้ แต่ทนายจะนำเอกสารมายื่นภายใน 90 วัน ซึ่งเป็นหลักฐานทางราชการเกี่ยวกับรายได้จากการระบายข่าวในโกดัง ตั้งแต่สมัยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี จนถึง นายเศรษฐา ทวีสิน ที่มี นายภูมิธรรม เวชชัย เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รวมแล้วกว่า เกือบ 1 แสนล้านบาท เพื่อให้ศาลตั้งคดีใหม่ เชื่อจะหักลบกลบหนี้ได้ อาจทำให้นางสาวยิ่งลักษณ์ไม่ต้องชดใช้หนี้ หากศาลไม่รับพิจารณา ก็ต้องยืน ตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด นางสาวยิ่งเราต้องชดใช้หนี้ทั้งหมด 10,028 ล้านบาท

นายนรวิชญ์ ยืนยันอีกว่า การที่รัฐบาลนายเศรษฐา ทวี ขณะนั้นมี นายภูมิธรรม เวชชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มีการขายข้าวโกดังล็อตสุดท้าย ไม่ได้เกี่ยวกับการปูทาง เพื่อที่จะให้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ชดใช้ค่าเสียหาย แต่เป็นนโยบายของรัฐบาล หากมีเข้าคงเหลือก็ต้องขาย เพราะมีการขายมาตั้งแต่รัฐบาลพลเอกประยุทธ์จันทร์โอชา ปี 2557 เรื่อยมาจนถึงรัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน ย้ำว่าเป็นการขายปกติของส่วนราชการ แต่บางรัฐบาลนำเข้าดีไปจัดเกรดเป็นข้าวเน่าขายได้กิโลกรัมละ 3 -5 บาท แต่ในยุคของนายภูมิธรรมที่ขายได้ราคาดี กิโลกรัมละ 18 บาท

พร้อมกันนี้ นายนรวิชญ์ ยังระบุอีกว่า คดีนี้ไม่เกี่ยวข้องกับกระแสข่าวที่นางสาวยิ่งลักษณ์จะเดินทางกลับประเทศไทยหรือไม่ คดีนี้เป็นคดีแพ่งไม่เกี่ยวกัน นางสาวยิ่งลักษณ์น่าจะเดินทางกลับได้ ขนาดนี้ยังไม่ได้คุยกัน แต่มีผู้ใหญ่ขอให้ช่วยดูคดีนี้อย่างเต็มที่ และไม่ทราบว่านางสาวยิ่งลักษณ์พำนักอยู่ที่ประเทศไหน ขออย่านำ ประเด็นนี้ไปกล่าวร้าย ใส่ร้าย นางสาวยิ่งลักษณ์เพราะตนรู้สึกสงสารท่าน ที่โดนคดีอาญาและคดีนี้ ต้องชดใช้ไป 10,000 กว่าล้าน ย้ำว่าทีมทนายพร้อมจะสู้คดีให้กับนางสาวยิ่งลักษณ์หากมีช่องทางทางกฎหมาย เพื่อคืนความเป็นธรรม

ทั้งนี้ นายนรวิชญ์ ได้สวมไทด์ สีน้ำเงิน ปักลายเซ็น นางสาวยิ่งลักษณ์ ซึ่งได้รับตั้งแต่นางสาวยิ่งลักษณ์เป็นนายกรัฐมนตรี มาวันนี้ด้วย เพื่อแสดงให้เห็นว่าตนเองมีความตั้งใจในการทำคดีนี้อย่างเต็มที่

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ศาลปกครองกลาง เห็นว่า กระทรวงการคลัง ยอมรับว่า ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่านางสาวยิ่งลักษณ์ เป็นผู้กระทำให้เกิดความเสียหายโดยตรง และขั้นตอนการตรวจสอบของคณะกรรมการสอบสวนความรับผิดทางละเมิดก็ไม่ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด


ข่าวที่เกี่ยวข้อง