พลตำรวจตรี ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ เปิดเผยความคืบหน้า คดีเกี่ยวกับการยักยอกเงินวัดไร่ขิง พนักงานสอบสวน พบความเชื่อมโยงเส้นทางการเงินระหว่าง ทิศแย้ม อดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง และ น.ส.อรัญญาวรรณ หลายช่องทางในช่วงปี 63 ถึง ปี 67 รวมเป็นเงินกว่า 300 ล้านบาท โดยแยกออกเป็นบัญชีส่วนตัวของทิดแย้ม โอนเงินให้ น.ส.อรัญญาวรรณ ในช่วงปี 66 รวมกัน 80 ล้านบาท
และใช้บัญชีของอดีตพระเอกพจน์ หรือ นายเอกพจน์ ที่โอนเงิน และตระเวนนำเงินสดไปฝากตู้ธนาคารต่างๆ ให้ น.ส อรัญญาวรรณ หลายรายการ รวมแล้วกว่า 200 ล้านบาท ยังพบอีกว่ามีชื่อบัญชีบุคคลอีก 1 บัญชีโอนเงินให้ น.ส อรัญญาวรรณ อีก 60 ล้านบาท
ส่วนการตรวจสอบบัญชีภายในวัดไร่ขิง พบมีมากกว่า 20 บัญชี ซึ่งเป็นรูปแบบของการเปิดบัญชีเฉพาะกิจ เช่น เปิดโอนเงินสำหรับเช่าบูชาพระเครื่อง และกิจกรรมต่าง ๆ ของวัด และบัญชีของมูลนิธิภายในวัดไร่ขิง 3 บัญชี ในจำนวนที่กล่าวมาเบื้องต้น มี 7 บัญชีที่พนักงานสอบสวนใช้กล่าวหา ทิดแย้ม ในการยักยอกเงินวัด และยังอยู่ระหว่างตรวจสอบอีกหลาย ส่วนกรณีการสอบปากคำลูกศิษย์คนสนิทของทิดแย้ม ซึ่งมีชื่อเป็นผู้ครอบครองรถยนต์ที่ ทิดแย้ม ใช้ขณะเป็นเจ้าอาวาส จำนวนหลายคัน ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเงินที่นำมาซื้อรถยนต์เป็นเงินจากส่วนไหน ถ้าเป็นเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิดก็จะต้องดำเนินคดีในส่วนนี้ด้วย แต่ขณะนี้ยังไม่พบความเชื่อมโยง
ด้านนางกนกวรรณ จิ๋วเชื้อพันธุ์ ผบ.เรือนจำจังหวัดนนทบุรี ในฐานะรองโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงชีวิตในเรือนจำคืนแรกของผู้ต้องหาทั้งสาม ทิศแย้มกับนายเอกพจน์ มีอาการเครียดเล็กน้อย สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ แต่ ทิศแย้ม ได้ปฏิเสธการรับประทานอาหารเย็น โดยให้เหตุผลว่าไม่เคยฉันอาหารเย็น นอกจากนี้ ทั้งสองยังไม่ได้ร้องขอสิ่งอุปโภคบริโภคอื่นๆ และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เรือนจำเป็นอย่างดี ส่วน น.ส.อรัญญาวรรณ ที่ถูกคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงกลาง ก็ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี