คัดลอก URL แล้ว
ปกครองเตรียมเอาผิดหมอสมุนไพร ทำผู้ป่วยมะเร็งเสียชีวิต

ปกครองเตรียมเอาผิดหมอสมุนไพร ทำผู้ป่วยมะเร็งเสียชีวิต

จากกรณีมีผู้ป่วยวัย 61 ปี สแกนพบว่ามีก้อนเนื้อในสมองจำนวนมาก โดยแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นก้อนเนื้อร้าย และได้เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล และเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลจุฬา เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2567 โดยระหว่างนั้นก็ได้นำแม่มาฝากไว้กับญาติ สองวันต่อมา (6 ธันวาคม) ลูกสาวทราบว่าแม่ไปรักษากับหมอสมุนไพรในพื้นที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี โดยอ้างว่ามีคนแนะนำมาอีกที การรักษาใช้วิธีให้ผู้ป่วยดื่มน้ำต้มสมุนไพรจากดอกดาวเรือง และมีการฉีดยาที่ไม่ทราบแหล่งที่มา อีกทั้งยังสั่งห้ามผู้ป่วยรับประทานยาจากแพทย์แผนปัจจุบัน โดยอ้างว่า มีแต่สเตียรอยด์

หลังจากเข้ารักษาผ่านไป 5 วัน ลูกสาวได้รับโทรศัพท์แจ้งว่าแม่ของเธอหมดสติและถูกนำส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน ก่อนจะเข้ารับการรักษาในห้อง ICU ได้เพียง 9 วันแล้วเสียชีวิต โดยแพทย์ระบุว่าเสียชีวิตจากสมองตาย

ลูกสาวผู้เสียชีวิต บอกว่า ที่เธอออกมาพูดเรื่องนี้หลังแม่เสียชีวิตไปแล้ว 3 เดือน เพราะว่าทนไม่ได้ที่ยังไม่มีใครออกมาแสดงความรับผิดชอบ โดยเฉพาะญาติที่เป็นคนพาแม่ไปรักษาในสถานที่ลักษณะนั้น แต่กลับพยายามบอกกับญาติคนอื่นว่าตัวเธอเองเป็นต้นเหตุของการเสียชีวิตของแม่

จากการลงพื้นของนายธรรมรัฏฐ์ งามแสง นายอำเภอกบินทร์บุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่าที่สถานที่ที่อ้างว่าเป็นสถานรักษาอาการป่วยด้วยสมุนไพร อยู่ในในพื้นที่ ต.วังท่าช้าง อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี สถานที่ดังกล่าวเป็นห้องแถวตั้งอยู่ 4 ห้อง ด้านหน้ามีป้ายเขียนติดว่า “บ้านพักอภิธรรมบางปะแก้ว” ถัดไปมีบ้านชั้นเดียวตั้งอยู่ และถัดจากนั้นก็มี ศาลาลักษณะคล้ายที่พำนักสงฆ์

เมื่อสังเกตดูในตู้กระจกที่ตั้งอยู่ในศาลาก็พบว่ามีถุงพลาสติกตั้งวางอยู่หลายถุง ด้านในบรรจุผงต่าง ๆ โดยแต่ละถุงมีตัวอักษรเขียนระบุเอาไว้ชัดเจน อย่างเช่น กระดูก + ว่านต่าง ๆ , ดอกผักโขม, ดอกดาวเรือง และรากกระชายอบแห้ง ระหว่างขอเข้าตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบชายคนหนึ่ง อ้างว่า เป็นพี่ชายเจ้าของบ้าน แสดงความไม่พอใจ เนื่องจากการเข้าตรวจสอบไม่มีหมายค้น เจ้าหน้าที่จึงชี้แจงเหตุผลการเข้าตรวจสอบ ก่อนที่ชายคนดังกล่าวจะยินยอมพูดคุย แต่ปฏิเสธให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยพี่ชายเจ้าของบ้าน อ้างว่า ไม่ได้เปิดเป็นสถานที่รักษาผู้ป่วยด้วยยาสมุนไพรตามที่เป็นข่าว ส่วนยาสมุนไพรที่พบในบ้านเอาไว้รักษาเอง และน้ำหมักที่เห็นในโอ่ง ใช้สำหรับรดน้ำต้นไม้

พระในสำนักสงฆ์ อ้างสมุนไพรรักษาหาย ทั้งกิน-ฉีด

ขณะที่พระอาจารย์บุญเลิศ ที่พักอยู่ในสำนักสงฆ์ใกล้เคียงบริเวณดังกล่าว ได้ให้ข้อมูลว่าตนเองป่วยหลายโรคและทำการใช้สมุนไพรรักษา ตนเองจนหายโดยการกินและฉีด และผู้ป่วยที่มารักษา มีชาวต่างชาติชาวรัสเซีย ก็เคยมารักษาด้วยการกินและฉีดที่ตนเองและหมอ (เจ้าของบ้าน) ได้ช่วยกันทำการรักษา

พระอาจารย์ บุญเลิศ บอกอีกว่า ป่วยมานานหลายโรค อาทิ ภูมิแพ้เรื้อรัง มีโลหะหนักที่ปาก เป็นแผลมาโดยตลอด หมอบอกว่าไม่มีทางรักษา ได้ใช้สมุนไพรในการรักษาจริง จำพวกยาต้ม ยาหยอด ยาฉีด ยาฉีดเข้าเส้นเลือดดำ เป็นกลั่นจากสมุนไพร

หลายตัว เราทำกันเองพอเรียนระบบควบแน่นก็เอาความรู้มากลั่นสมุนไพร อาตมาก็ใช้ยาต้มฉีดแต่มีผลข้างเคียง รักษาได้ทุกโรคแต่ไม่ได้ทุกคน เพราะเกิดจากรรมของแต่ละคน บางคนก็หายบางคนก็ไม่หายก็อยู่ที่ปัจจัย ก็เคยมีคนเสียชีวิตแต่ก็ไม่รู้ว่าสาเหตุนี้หรือไม่ บางครั้งเอามาทิ้งไว้แต่ไม่เอากลับ คนไม่มีทางเลือก ตัวนี้ถ้าไม่ติดเรื่องกฎหมาย มันทะลุออกไปถึงต่างประเทศแล้ว

กรมแพทย์แผนไทย ชี้ หมอพื้นบ้านไม่มีสิทธิ์ฉีดยา

ด้านกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ชี้แจงว่า หมอพื้นบ้าน มีหน้าที่ดูแลสุขภาพด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น การใช้สมุนไพร การนวด แต่ไม่มีสิทธิ์ ฉีดยาเข้าเส้นเลือด ตามหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนหมอพื้นบ้าน สมุนไพรที่ไม่ผ่านการตรวจสอบความปลอดภัย อาจปนเปื้อนสารพิษ หรือจุลินทรีย์ ที่เป็นอันตราย ทำให้ผู้ป่วยเสี่ยงต่อการติดเชื้อ หรือ ภาวะไตวายเฉียบพลัน แนะประชาชนควรตรวจสอบประวัติ ใบรับรองการเป็นหมอพื้นบ้าน ก่อนเข้ารับบริการ

ล่าสุด ด้านนายธรรมรัฏฐ์ งามแสง นายอำเภอกบินทร์บุรี และนายนัฐพงษ์ ขันธรักษ์ เภสัชกรชำนาญการ ได้กล่าวว่าเบื้องต้นอาการตรวจสอบได้รับข้อเท็จจริงว่า มีการเปิดทำการรักษาจริง ทั้งการปรุงยาและการฉีดรักษา ซึ่งต่อไปก็จะมีการไปแจ้งความดำเนินคดีและเรื่องของคดีสาธารณสุข

ส่วนในเรื่องของความผิดเบื้องต้น ไม่มีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม ฉีดยาเข้าเส้นเลือดโดยไม่รับอนุญาต และข้อหาอื่นๆ กำลังทำการตรวจสอบหาข้อมูลที่แน่ชัดก่อนที่จะร้องทุกข์กล่าวโทษต่อไป


ข่าวที่เกี่ยวข้อง