เพจร้านสเต็กคุณแม่การ์ตูน ได้แจ้งข่าวเศร้าภายหลังจากที่จากที่ทางครอบครัวของคุณแม่น้องการ์ตูน เหยื่อเมาแล้วขับ โดยระบุว่า
แอดขออนุญาตแจ้งเรื่องสำคัญ ที่พยายามหลีกเลี่ยงจะพูด…แต่สุดท้ายก็จำเป็นต้องพูด เพื่อให้พี่ๆ ทุกท่านเข้าใจครับ
ตลอดเวลาที่ผ่านมา ทุกกำลังใจและการสนับสนุนจากพี่ๆ คือพลังสำคัญสำหรับ “น้องการ์ตูน” และคุณแม่ของน้องอย่างที่สุด
แต่วันนี้…แอดขอแจ้งให้ทราบว่า กำลังใจเหล่านั้นคือ “ครั้งสุดท้าย” ที่จะส่งถึงน้องครับ
หลังจากการตัดสินใจครั้งใหญ่ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ครอบครัวและคุณแม่ของน้องได้ตัดสินใจ “ปล่อยน้องไปอย่างสงบ”
เงินทุกบาททุกสตางค์จากพี่ๆ ได้ถูกนำไปใช้เพื่อค่ารักษาส่วนที่ยังคงค้างอยู่ เพื่อให้น้องได้ออกจากโรงพยาบาล…เป็นครั้งสุดท้าย
แอดไม่อาจอธิบายความรู้สึกนี้ออกมาได้ทั้งหมด เพราะมันเกินจะบรรยายจริงๆ
สุดท้ายนี้…ขอฝากถึงทุกคน
ก่อนจะพิมพ์อะไรออกไป อยากให้คิดสักนิด เพราะคอมเมนต์บางคำ แม้จะดูเหมือนไม่มีอะไรสำหรับคุณ
แต่มันอาจทำร้ายหัวใจของแม่คนหนึ่ง…ที่พยายามประคองชีวิตอยู่เพื่อรอลากับลูกเป็นครั้งสุดท้าย
และต้องทนทุกข์กับคำพูดที่เธอไม่สมควรได้รับ จนคิดจะจบชีวิตตามลูกไป
ปล.แอดไม่ได้โทษใครครับ แค่อยากขอให้ทุกคนเข้าใจ และใช้ใจในการมองกันให้มากขึ้น…
ซึ่งการตัดสินใจในครั้งนี้เกิดขึ้น ภายหลังจากที่ทางครอบครัวจำเป็นที่จะต้องใช้เงินในการรักษาน้องการ์ตูนเป็นการเร่งด่วน เป็นจำนวน 300,000 บาท โดยในกรณีของน้องการ์ตูนเหยื่อของเหตุการณ์เมาแล้วขับ และมีการซิ่งแข่งกันมา ก่อนที่จะมาเกิดเหตุเสียหลักพุ่งชนร้านสเต็กของทางครอบครัว บริเวณปากซอยเอกชัย 119 เมื่อปี 2557 ทำให้คุณพ่อของน้องการ์ตูนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนน้องการ์ตูน ซึ่งขณะนั้นอายุได้ 5 ขวบ ได้รับบาดเจ็บสาหัสและกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง พิการถาวร
ภายหลังจากเกิดเหตุ คนขับรถถูกดำเนินคดีและศาลมีคำพิพากษาจำคุก 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา และให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ครอบครัวน้องการ์ตูนเป็นจำนวนเงินกว่า 6 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ครอบครัวของน้องการ์ตูนยังไม่ได้รับการเยียวยาหรือชดเชยจากคู่กรณีตามคำพิพากษา โดยทางคู่กรณีถูกระบุว่าใช้ข้ออ้าง “ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย” ทำให้ครอบครัวต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลน้องการ์ตูนซึ่งป่วยติดเตียงมาอย่างต่อเนื่อง
คดีนี้เป็นที่สนใจของสังคมและมีการต่อสู้เพื่อขอความเป็นธรรมให้กับน้องการ์ตูนและครอบครัวมาโดยตลอด มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมาย เช่น การพิจารณาฟ้องล้มละลายคู่กรณี แต่คดีก็มีความซับซ้อนและยืดเยื้อ จนกระทั่งแม่ของน้องการ์ตูนเคยออกมาแสดงความท้อแท้กับการต่อสู้ที่ดูเหมือนจะยังไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างเต็มที่.