เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2568 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีนายสมิทธิพัฒน์ หลีนวรัตน์ บุตรชายนายกฤษฎา หลีนวรัตน์ หรือ “นายกเบี้ยว” นายกเทศมนตรีตำบลธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ซึ่งตกเป็นข่าวจากกรณีขับรถยนต์ BMW ปาดหน้ารถกระบะบนทางด่วนพิเศษหมายเลข 9 ช่วงลงถนนรังสิต-นครนายก เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุ
กรณีดังกล่าวกลายเป็นที่วิพากษ์ในโลกออนไลน์ โดยมีการขุดภาพเก่าของนางสาวแพทองธาร และนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขณะร่วมงานอุปสมบทของนายสมิทธิพัฒน์ เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2567 ณ ลานเทศบาลตำบลธัญบุรี (คลองเจ็ด) ซึ่งจัดเลี้ยงโต๊ะจีนกว่า 3,000 โต๊ะ โดยมีบุคคลสำคัญจากพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมอย่างคับคั่ง เช่น นายเกรียง กัลป์ตินัน รมช.มหาดไทย, นายไชยา พรหมา ส.ส.หนองบัวลำภู และนายมนัสนันท์ หลีนวรัตน์ ส.ส.ปทุมธานี
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรณีดังกล่าว นายกรัฐมนตรีถึงกับร้อง “โอ้” ก่อนกล่าวว่า “มันก็เป็นไปตามกระบวนการ เพราะว่ายิ่งเป็นข่าวที่สังคมให้ความสนใจ มันอิทธิพลไม่ได้หรอก โลกเราก็เป็นแบบนี้ไปแล้ว” สะท้อนจุดยืนว่าการบังคับใช้กฎหมายจะดำเนินไปอย่างเท่าเทียมโดยไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ว่าบุคคลนั้นจะมีภาพลักษณ์เชื่อมโยงกับการเมืองท้องถิ่นหรือไม่
ประเด็นนี้จึงสะท้อนความท้าทายของรัฐบาลในการยืนหยัดในหลักนิติธรรม ท่ามกลางสังคมที่เฝ้าจับตาเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างนักการเมืองท้องถิ่นกับอำนาจส่วนกลางอย่างใกล้ชิด