ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ธเนศ วีระศิริ นายกสภาวิศวกร เปิดเผยความคืบหน้าภารกิจค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุอาคารถล่มหลังแผ่นดินไหวว่า ขณะนี้พบผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 3 รายจากการเข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดสามารถช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ใต้ซากออกมาได้ 1 รายในตำแหน่ง A แต่ยังพบผู้เสียชีวิตอีก 2 รายบริเวณเดียวกันซึ่งยังไม่สามารถนำร่างออกมาได้ เนื่องจากวัสดุที่ถล่มลงมามีน้ำหนักมาก จำเป็นต้องใช้เครื่องมือเฉพาะในการเคลื่อนย้าย
เจ้าหน้าที่ให้ความสำคัญสูงสุดกับการช่วยเหลือผู้รอดชีวิต โดยใช้ทั้งสุนัขเคไลน์และกล้องสแกนเพื่อตรวจสอบผู้ติดอยู่ใต้ซากอาคาร พบว่าผู้ประสบเหตุไม่ได้กระจุกตัวอยู่เฉพาะจุดหนีไฟ เนื่องจากขณะเกิดเหตุหลายคนพยายามวิ่งหนีเอาชีวิตรอด ทำให้ตำแหน่งผู้ติดอยู่กระจายไปทั่วทั้งอาคาร โดยเฉพาะบริเวณโซน A ซึ่งระบุตำแหน่งได้ชัดเจนมากขึ้น
ส่วนโซน C ยังไม่พบสัญญาณชีพหรือผู้ติดอยู่เพิ่มเติม ขณะที่ข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างอาคารยังไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีชั้นใต้ดินหรือไม่ โดยต้องตรวจสอบแบบแปลนการก่อสร้างเพิ่มเติม ทั้งนี้ อาคารข้างเคียงมีชั้นใต้ดิน จึงอยู่ระหว่างการตรวจสอบความเสี่ยงเช่นกัน
สภาวิศวกรได้จัดตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาสาเหตุการถล่ม โดยพบว่าโครงสร้างที่ถล่มลงมามีลักษณะคล้ายรูปหน้าจั่ว ซึ่งซับซ้อนต่อการรื้อถอนอย่างมาก แตกต่างจากกรณีอาคารสูง 5–7 ชั้นในอดีต เพราะอาคารแห่งนี้มีถึง 33 ชั้น ส่งผลให้น้ำหนักวัสดุที่ทับถมกันมีมากยิ่งขึ้น
จากวิดีโอขณะอาคารถล่มลงมา พบว่าโครงสร้างโน้มไปทางโซน A ก่อนวัสดุหลายชั้นจะถล่มซ้ำลงมา ทำให้การกู้ภัยเป็นไปด้วยความยากลำบาก
นอกจากพื้นที่อาคาร ยังมีบ้านเรือนของประชาชนบริเวณใกล้เคียงได้รับผลกระทบจากแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว ทำให้เกิดรอยร้าวหลายจุด ซึ่งอยู่ระหว่างการประเมินความเสียหายและให้ความช่วยเหลือโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง