วันนี้ (28 ก.พ. 2568) เป็นวันแรกของการเริ่มต้นฤดูร้อนของปี 2568 อย่างเป็นทางการ โดยฤดูร้อนของประเทศไทยปีนี้ เริ่มช้ากว่าปกติ (ประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์) ซึ่งช้ากว่าปกติประมาณ 2 สัปดาห์และจะสิ้นสุดประมาณกลางเดือนพฤษภาคม
ลักษณะอากาศจะร้อนอบอ้าวเป็นระยะๆ สลับกับจะมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ในบางช่วง ซึ่งจะช่วยคลายความร้อนลงได้ และจะมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ในบางวัน ส่วนมากช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนเมษายน โดยอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยบริเวณประเทศไทยตอนบน 35 – 36 องศาเซลเซียส ซึ่งจะใกล้เคียงค่าปกติ (ค่าปกติ 35.4 องศาเซลเซียส) แต่จะต่ำกว่าปีที่ผ่านมา (ช่วงฤดูร้อนปี พ.ศ.2567 อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 37.5 องศาเซลเซียส) ส่วนปริมาณฝนรวมเฉลี่ยจะมากกว่าค่าปกติร้อยละ 10 – 20
ในช่วงฤดูร้อนของทุกปี มักจะเกิดพายุฤดูร้อนในหลายพื้นที่ โดยจะมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงและอาจมี ลูกเห็บตกบางแห่ง ซึ่งสภาวะดังกล่าวก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนผลผลิตทางการเกษตรได้ ส่วนปริมาณฝนที่ตกนั้น มีไม่เพียงพอกับความต้องการในหลายพื้นที่ ทั้งด้านอุปโภคและบริโภค รวมทั้งด้านเกษตรกรรม โดยเฉพาะ
พื้นที่ที่แล้งซ้ำซากนอกเขตชลประทาน ดังนั้นประชาชนจึงควรใช้น้ำอย่างประหยัด และให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมทั้งเตรียมการป้องกันสภาวะดังกล่าว

สภาพอากาศฤดูร้อนปี 2568
บริเวณประเทศไทยตอนบน ช่วงต้นและกลางเดือนมีนาคม จะมีอากาศร้อนหลายพื้นที่ตอนกลางวัน กับมีหมอกหนาหลายพื้นที่ แต่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนยังคงแผ่ลงมาปกคลุม
ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นระยะๆ แต่จะมีกำลังอ่อน ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมจนถึงกลางเดือนเมษายน จะมีหย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบนเป็นระยะๆ ประกอบกับในบางช่วงจะมีลมตะวันออกเฉียงใต้หรือลมใต้พัดพาความชื้นจากทะเลอ่าวไทยเข้าปกคลุม
ทำให้มีอากาศร้อนอบอ้าวเกือบทั่วไป และมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ โดยอุณหภูมิสูงที่สุด 42 – 43 องศาเซลเซียส และจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นได้เป็นระยะๆ โดยจะมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง รวมทั้งอาจมีลูกเห็บตกลงในบางแห่ง ซึ่งจะ
ช่วยคลายความร้อนลง
ส่วนในช่วงกลางเดือนเมษายนถึงกลางเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนฤดู จะมีลักษณะอากาศแปรปรวน โดยจะมีอากาศร้อนอบอ้าวเป็นระยะๆ กับมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากลมตะวันออกเฉียงใต้หรือลมใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบนจะเริ่มเปลี่ยนเป็นมรสุมตะวันตกเฉียงใต้
ภาคใต้ ช่วงเดือนมีนาคมถึงปลายเดือนเมษายน ลมตะวันออกหรือลมตะวันออกเฉียงใต้จะพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้เกือบ ตลอดช่วง ทำให้มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 – 30 ของพื้นที่ คลื่นลมทั้งอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
จากนั้นจนถึงประมาณกลางเดือนพฤษภาคม จะมีฝนตกเพิ่มขึ้นและต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาคใต้ฝั่งตะวันตกจะมีฝนตกร้อยละ 60 – 80 ของพื้นที่ กับจะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และหนักมากในบางแห่ง คลื่นลมในทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น บางช่วงจะมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร ส่วนอ่าวไทยจะมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้
คาดหมายอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยของไทยในช่วงฤดูร้อน 2568

สภาพอากาศฤดูร้อนปี 2568 รายภาค
ภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ
สภาพอากาศจะมีอากาศร้อนอบอ้าวเกือบทั่วไป และมีอากาศร้อนจัดหลายพื้นที่ในบางช่วง แต่จะมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่เป็นระยะๆ รวมทั้งอาจมีลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกได้ในบางแห่ง ซึ่งจะช่วยคลายความร้อนลงได้
อุณหภูมิสูงที่สุด 41.0 – 43.0 องศาเซลเซียส บริเวณจังหวัด เชียงราย แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ พะเยา ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทั ย ตาก กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ เลย หนองบัวลำภู หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม
ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีษะเกษ และ อุบลราชธานี
ภาคกลางและตะวันออกรวมทั้งชายฝั่ง
สภาพอากาศจะมีอากาศร้อนอบอ้าวเกือบทั่วไป กับมีอากาศร้อนจัดหลายพื้นที่ในบางช่วง ส่วนมากทางตอนบนของภาค แต่จะมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่เป็นระยะๆ รวมทั้งอาจมีลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกในบางแห่ง ซึ่งจะช่วยคลายความร้อนลงได้
อุณหภูมิสูงที่สุด 40.0 – 42.0 องศาเซลเซียส บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานีชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง
ลพบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี นครนายก ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี และสระแก้ว
ภาคใต้
สภาพอากาศช่วงเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนเมษายน จะมีอากาศร้อนในหลายพื้นที่ ส่วนมากทางตอนบนของภาค กับจะมีฝนตกร้อยละ 20 – 30 ของพื้นที่ คลื่นลมในทะเลจะมีคลื่นสูง 1 เมตร จากนั้น จะมีฝนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะฝั่งตะวันตกจะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 80 ของพื้นที่ กับมีฝนหนักถึงหนักมากบางแห่งและคลื่นลมในทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น บางช่วงจะมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร
อุณหภูมิสูงที่สุด 37.0 – 39.0 องศาเซลเซียส บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ยะลา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
สภาพอากาศจะมีอากาศร้อนเกือบทั่วไป แต่จะมีฝนฟ้าคะนอง เป็นระยะๆ ซึ่งจะช่วยคลายความร้อนลงได้ อุณหภูมิสูงสุด 38.0 – 39.0 องศาเซลเซียส