วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2568 เฮลิคอปเตอร์ KA-32 จากกรม ปภ. ขึ้นบินจากศูนย์ควบคุมอากาศยานและดับไฟป่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 ส่วนหน้า เข้าทิ้งน้ำดับไฟป่าในพื้นที่ อ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่ หลังเกิดสถานการณ์ไฟป่าลุกลามในพื้นที่หลายจุดมาตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เกือบทุกจุดอยู่ในพื้นที่สูงชันเข้าถึงยากลำบาก
โดยในวันนี้จังหวัดเชียงใหม่พบจุดความร้อนหรือฮอตสปอตจากไฟป่าซึ่งเป็นรายงานข้อมูลจากระบบดาวเทียม suomi-NPP จำนวน 49 จุด อยู่ในพื้นที่ อ.ดอยเต่า 42 จุด , อ.ฮอด 5 จุด และ อ.อมก๋อย 2 จุด โดยตลอดทั้งวันนี้อากาศยานดับไฟจาก ปภ. และ ทส. ได้ขึ้นบินดับไฟป่าในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์บ้านโฮ่ง อ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่ ซึ่งมีหลายจุดที่เจ้าหน้าที่ดับไฟป่าภาคพื้นไม่สามารถเข้าถึงและควบคุมได้เพราะต้องเดินเท้าเข้าพื้นที่ไกล 2-3 กิโลเมตร กว่าจะเดินทางถึงไฟก็ลุกลามขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ โดยตั้งเป้าใช้อากาศยานดับไฟให้ได้ภายใน 1 วัน
นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ ได้สั่งเพิ่มมาตรการเข้มงวดในการลาดตระเวนพื้นที่ป่าอนุรักษ์ โดยจะมีการเสริมกำลังเจ้าหน้าที่ทหารพราน พร้อมชุดปฏิบัติการพิเศษจากหลายหน่วยงาน เพื่อป้องกันการลักลอบเผาป่าและควบคุมสถานการณ์ไฟป่าให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยชุดปฏิบัติการสนธิกำลังจะประกอบด้วย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชมรมอาสาสมัคร ตำรวจ ทหารพราน และ เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ร่วมกันออกลาดตระเวนเชิงลึกตลอด 24 ชั่วโมงในเขตป่าอนุรักษ์ เน้นพื้นที่เสี่ยงที่พบการลักลอบเผาป่าซ้ำซาก หากพบการกระทำผิดเกี่ยวกับการเผาป่าจะดำเนินการจับกุมทันที โดยใช้อัตราโทษสูงสุดตามกฎหมาย เพื่อเป็นมาตรการเชิงรุกในการยับยั้งปัญหาไฟป่า มาตรการเข้มงวดนี้มีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดไฟป่าใหม่ และลดปัญหาฝุ่นPM 2.5 ที่มักจะรุนแรงขึ้นในช่วงฤดูแล้ง