นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยผลการประเมินโครงการเงินหมื่น เฟส 1 จากการวิเคราะห์ของสำนักงานเศรษฐกิจการคลังและสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่าเงินกระจายตัวได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย โดยจังหวัดที่มีผลิตภัณฑ์มวลรวมต่อหัว (GPP per Capita) ต่ำ โดยเฉพาะในภาคเหนือ อีสาน และจังหวัดชายแดนใต้ ได้รับประโยชน์มากที่สุด
การใช้จ่ายส่วนใหญ่ร้อยละ 68 เกิดขึ้นที่ร้านค้าชุมชน ร้านขายของชำ และแผงลอย ขณะที่ร้อยละ 30 ใช้จ่ายในร้านสะดวกซื้อและโมเดิร์นเทรด โดยประชาชนร้อยละ 82 ใช้เงินหมดภายใน 3 เดือน
ด้านตัวชี้วัดเศรษฐกิจในไตรมาส 4 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเพิ่มขึ้นเป็น 56.9 จาก 56.5 ในไตรมาส 3 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่น MSMEs เพิ่มขึ้นเป็น 53.0 จาก 49.6 นอกจากนี้ยังช่วยลดดัชนีความเหลื่อมล้ำ (GINI) ลง 0.01 จุด ซึ่งปกติต้องใช้เวลาถึง 3 ปีในการพัฒนา