คัดลอก URL แล้ว
กมธ.พัฒนาสังคมฯ จัดเสวนาโต๊ะกลม “มาตรการเชิงรุกเพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กและเยาวชน”

กมธ.พัฒนาสังคมฯ จัดเสวนาโต๊ะกลม “มาตรการเชิงรุกเพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กและเยาวชน”

วันที่ 31 มกราคม 2568 เวลา 09.00 นาฬิกา ณ ห้องประชุมหมายเลข 406-407 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา (ฝั่ง สว.)คณะอนุกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน และกลุ่มชาติพันธ์ุ ในคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ด้อยโอกาส และความหลากหลายทางสังคม วุฒิสภา จัดเสวนาโต๊ะกลม เรื่อง “มาตรการเชิงรุกเพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กและเยาวชน” โดยมี นางวราภัสร์ ไพพรรณรัตน์ ประธานคณะกรรมาธิการ เปิดการเสวนา และนายชาญชัย ไชยพิศ โฆษกคณะกรรมาธิการ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน และกลุ่มชาติพันธุ์ กล่าวรายงาน พร้อมด้วยสมาชิกวุฒิสภา ผู้แทนภาครัฐเอกชน ภาคประชาสังคม ภาควิชาการ ผู้ปกครอง สื่อมวลชน ผู้แทนเด็กและเยาวชน และผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วมงาน

นางวราภัสร์ ไพพรรณรัตน์ ประธานคณะกรรมาธิการ กล่าวถึง สถานการณ์การใช้บุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชนไทยกำลังอยู่ในขั้นวิกฤต ข้อมูลจากปี 2565 ระบุว่าจำนวนผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มอายุ 15 – 24 ปี เพิ่มขึ้นกว่า 10 เท่า ภายในปีเดียวจาก 24,050 คน เป็น 269,533 คน ขณะที่เด็กนักเรียนระดับประถมศึกษาตอนปลาย (อายุ 9-12 ปี) ถึงร้อยละ 43 เคยลองสูบบุหรี่ไฟฟ้า โดยเฉพาะในกลุ่มนักเรียนหญิงมีอัตราการใช้เพิ่มขึ้นมากกว่านักเรียนชายอย่างมีนัยสำคัญ ตัวเลขเหล่านี้เป็นเสียงสะท้อนถึงภัยคุกคามที่กำลังทำลายสุขภาพและอนาคตของเยาวชนไทย ซึ่งบุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้เป็นเพียงปัญหาสุขภาพเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมสังคมและระบบเศรษฐกิจในระยะยาว โดยจากสถานการณ์ที่กล่าวมาคณะกรรมาธิการไม่สามารถนิ่งเฉยต่อปัญหานี้ได้ การเสวนาในวันนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อกำหนดมาตรการเชิงรุก ทั้งการสร้างความตระหนักรู้ การบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพ การเสริมสร้างบทบาท ของครอบครัว ชุมชน และสถานศึกษา ตลอดจนการพัฒนานโยบายที่คำนึงถึง “ประโยชน์สูงสุดของเด็ก” เป็นสำคัญ สอดคล้องกับ “อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก” และคณะกรรมาธิการฯจะนำข้อเสนอจากเวทีเสวนานี้เป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนมาตรการที่เป็นรูปธรรมเพื่อหยุดยั้งภัยบุหรี่ไฟฟ้า และสร้างอนาคตที่ปลอดภัยให้กับเยาวชน ซึ่งคณะกรรมาธิการฯจะผลักดันการแก้ไขปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าให้เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อปกป้องสุขภาพและความปลอดภัยของเด็กและเยาวชนไทยให้เติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศสืบต่อไป

ขณะที่ นายชาญชัย ไชยพิศ กล่าวว่า บุหรี่ไฟฟ้าเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อเด็กและเยาวชน จากผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พ.ศ. 2565 พบผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มอายุ 15 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้นกว่า 10 เท่า จากปี 2564 (จาก 78,742 คน เป็น 709,677 คน) โดยในกลุ่มเยาวชนอายุ 15 – 24 ปี มีผู้สูบเพิ่มขึ้น 10 เท่าเช่นกัน (จาก 24,050 คน เป็น 269,533 คน) สถานการณ์ยังรุนแรงในกลุ่มเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย (อายุ 9-12 ปี) เคยลองสูบบุหรี่ไฟฟ้าสูงถึงร้อยละ 43 โดยเฉพาะนักเรียนหญิงที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นมากกว่านักเรียนชาย สะท้อนสถานการณ์ที่น่ากังวลอย่างยิ่ง ภายในงานยังมีกิจกรรมประกอบด้วย การเสวนาเรื่อง “ความท้าทายและโอกาสในการบูรณาการการทำงานร่วมกันในการกำหนดมาตรการเชิงรุกเพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กและเยาวชน” การแบ่งกลุ่มย่อยระดมความคิดเห็นเรื่อง “การออกแบบมาตรการเชิงรุกเพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กและเยาวชน” อีกทั้ง มีการจัดนิทรรศการการสร้างความตระหนักรู้และการดำเนินมาตรการการป้องกันและแก้ไขปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กและเยาวชน จากหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ สำนักงานกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) แผนงานยุทธศาสตร์สร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส. ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก


ข่าวที่เกี่ยวข้อง