คณะ กมธ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ลงพื้นที่จังหวัดพิจิตร เร่งหาทางแก้ไขปัญหาอาคารสูบน้ำมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ที่ไม่สามารถใช้งานได้มานานกว่า 20 ปี เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
พิจิตร – คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา นำโดยนายไพบูลย์ ณะบุตรจอม รองประธานคณะฯ ลงพื้นที่จังหวัดพิจิตรเพื่อติดตามและรับฟังปัญหาของประชาชนในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำพิจิตรสายเก่า หลังได้รับร้องเรียนเกี่ยวกับอาคารสูบน้ำด้วยพลังงานไฟฟ้า บริเวณบ้านดงเศรษฐี ตำบลย่านยาว อำเภอเมืองพิจิตร ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อปี 2545 ด้วยงบประมาณกว่า 200 ล้านบาท แต่กลับไม่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมานานกว่า 20 ปี





นายไพบูลย์เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากประชาชน พร้อมรวบรวมข้อมูลเพื่อเสนอต่อประธานวุฒิสภาและรัฐบาล โดยอาคารสูบน้ำดังกล่าวเดิมมีวัตถุประสงค์เพื่อผันน้ำจากแม่น้ำน่านลงสู่แม่น้ำพิจิตรสายเก่า ระยะทางกว่า 127 กิโลเมตร แต่ปัจจุบันไม่สามารถใช้งานได้เนื่องจากปัญหาด้านโครงสร้าง ระบบไฟฟ้าที่ขาดการบำรุงรักษา และค่ากระแสไฟฟ้าที่สูง
นางสาวธนียา นัยพิจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร รายงานสถานการณ์น้ำในพื้นที่ว่า ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งส่งผลกระทบต่อประชาชนใน 4 อำเภอ 18 ตำบล รวม 32 หมู่บ้าน โดยเฉพาะในฤดูแล้งที่ประชาชนขาดแคลนน้ำทั้งเพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตร






นายรักกี้ สุขประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลย่านยาว และประธานชมรมขุนศึกกู้วิกฤตแม่น้ำพิจิตรสายเก่า เปิดเผยว่า แม่น้ำพิจิตรสายเก่าถูกบุกรุกจนตื้นเขินและขาดการดูแล ทำให้ไม่สามารถกักเก็บน้ำได้ตามศักยภาพ ประชาชนจึงร้องเรียนไปยังคณะกรรมาธิการเพื่อผลักดันงบประมาณในการฟื้นฟูพื้นที่ลุ่มน้ำ
เบื้องต้น คณะกรรมาธิการเสนอแนวทางแก้ไขโดยใช้งบประมาณติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์เพื่อสูบน้ำจากแม่น้ำน่านลงสู่แม่น้ำพิจิตรสายเก่า รวมถึงพิจารณาโครงการผันน้ำจากแม่น้ำปิงและแม่น้ำยม เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำในพื้นที่อย่างยั่งยืน