คัดลอก URL แล้ว
อึ้ง! ปี 66 คนไทยถูกมิจฉาชีพโทร-SMS หลอกมากสุดในเอเชีย

อึ้ง! ปี 66 คนไทยถูกมิจฉาชีพโทร-SMS หลอกมากสุดในเอเชีย

Whoscall พบสถิติตลอดทั้งปี 2566 คนไทยได้รับสายจากมิจฉาชีพถึง 20.8 ล้านครั้ง และถูกมิจฉาชีพหลอกลวงจาก SMS มากกว่า 58.3 ล้านข้อความ และตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ เฉลี่ยถึงวันละ 217,047 ราย รวมมูลค่าความเสียหายสะสมกว่า 53,875 ล้านบาท

สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ กสทช. ถูกร้องเรียนว่า ขอให้ช่วยตรวจสอบดูว่า ปัญหาการหลอกลวง สอดคล้องกับเสาสัญญาณตามแนวชายแดนหรือไม่ เพราะว่าหลายครั้งที่มีการร้องเรียน เรื่องการทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ บริเวณชายแดน พบว่ามีการลักลอบใช้สัญญาณโทรศัพท์ และอินเทอร์เน็ตจากประเทศไทยก่ออาชญากรรม ทั้งสแกมเมอร์ , คอลเซ็นเตอร์ และพนันออนไลน์

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ของ กสทช. ลงพื้นที่ตรวจสอบชายแดนด้านจังหวัดตาก โดยใช้เครื่องตรวจวัดคลื่นสัญญาณโทรศัพท์ บริเวณชายแดนไทย-เมียนมา อำเภอพบพระ , อำเภอแม่สอด และอำเภอแม่ระมาด พร้อมทั้งสำรวจเสาส่งสัญญาณ พบส่วนใหญ่ยังคงหันหน้าไปฝั่งประเทศเมียนมา พื้นที่จังหวัดเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง แต่ผู้ประกอบการค่ายมือถือต่างๆได้ปิดการส่งสัญญาณตามคำสั่งของ กสทช.แล้ว รวม 84 เสาที่ขออนุญาตติดตั้งถูกกฎหมาย

ล่าสุดวานนี้(18 พ.ค.) กสทช. ลงพื้นที่สุ่มตรวจอีกครั้ง และกำชับผู้ประกอบการ ให้รื้อเสาตามแนวตะเข็บชายแดนไทยทั้งหมดใน 7 พื้นที่ ได้แก่ อ.เชียงของ อ.แม่สาย อ.เชียงแสน จ.เชียงราย , อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว , อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี , อ.แม่สอด จ.ตาก และ จ.ระนอง ให้แล้วเสร็จ ภายใน 30-45 วัน หากไม่ปฏิบัติบทลงโทษสูงสุดเพิกถอนใบอนุญาต

ตามข้อกำหนดการติดตั้งเสาสัญญาณโทรศัพท์ พื้นที่ชายแดน ระบุว่าต้องอยู่ห่างจากชายแดน 200 เมตร และลดกำลังส่งสัญญาณ ให้อยู่เฉพาะในเขตประเทศไทยเท่านั้น ส่วนบ้านไหนที่อยู่ติดแนวชายแดน แล้วแอบลักลอบปล่อยเช่าสัญญาณอินเตอร์เน็ตให้ประเทศเพื่อนบ้าน ก็มีโทษทางกฎหมายด้วย


ข่าวที่เกี่ยวข้อง