คัดลอก URL แล้ว
ภาคเหนือ PM 2.5 ยังสูง / อีสานได้ฝนช่วยลดฝุ่น

ภาคเหนือ PM 2.5 ยังสูง / อีสานได้ฝนช่วยลดฝุ่น

KEY :

รายงานการตรวจวัดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จากเว็บไซต์ของศูนย์ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อเวลา 08.00 น. ยังคงพบว่า บริเวณภาคเนหือ ต่อเนื่องลงมาบริเวณภาคกลางตอนบน และด้านตะวันตกของประเทศไทย ยังคงมีค่าฝุ่น PM 2.5 อยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง

โดยเฉพาะในภาคเหนือพื้นที่ส่วนใหญ่ของภาคมีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กอยู่ในระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจากเมื่อวานในหลายจุด

ในขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จากเมื่อวานที่ผ่านมา ค่าฝุ่น PM 2.5 บริเวณด้านที่ติดกับประเทศลาว มีค่าอยู่ในระดับสีแดง เป็นอันตรายต่อสุขภาพหลายพื้นที่ ในวันนี้ลดลงอย่างมาก เนื่องจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ช่วยลดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศลงได้อย่างมาก

ภาพ – ศูนย์ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

โดยปัจจัยหลัก ๆ ในพื้นที่ภาคเหนือ ในระยะนี้สภาพอากาศยังคงเป็นสภาพอากาศปิด ร่วมกับการเผาในพื้นที่จึงทำให้ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือยังคงสูงต่อเนื่อง โดยคาดว่า สถานการณ์ของพายุฝนฟ้าคะนองที่เกิดขึ้นในช่วง 1-2 วันนี้ จะช่วยลดปริมาณฝุ่นลงได้

สำหรับในพื้นที่บริเวณภาคเหนือ และด้านตะวันตกของประเทศไทย ยังคงแนะนำให้ประชาชนเลี่ยงการทำกิจกรรมนอกบ้าน หรือพื้นที่กลางแจ้งโดยไม่จำเป็น หรือควรสวมหน้ากาก N95 เพื่อป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก

10 จุดค่าฝุ่นสูงสุดในไทย

สำหรับ 10 จุดที่มีรายงานค่าฝุ่นละออง PM 2.5 สูงที่สุดในประเทศเมื่อเวลา 08.00 น.จากรายงานของ ศูนย์ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้แก่

จุดตรวจวัดค่าฝุ่น PM 2.5*
1รพ.ปางมะผ้า
ต.สบป่อง อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน
512
2รพ. ฮอด
จ. เชียงใหม่
511
3บ้านใหม่ปูเลย
ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่
488
4สสอ.จอมทอง
ต.ดอยแก้ว อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่
459
5อาศรมพรหมธาดาพุทธาสถาน
ต.ดอยแก้ว อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่
456
6บ้านดอยสันเกี๋ยง
ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่
440
7บ้านแม่ปาน
ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่
413
8บ้านห้วยริน
ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่
402
9รพ.สามเงา​
ต.สามเงา อ.สามเงา จ.ตาก
396
10สสอ.ดอยเต่า
ต.ดอยเต่า อ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่
379

* ค่าฝุ่นละอองเป็นไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

จุดความร้อนยังสูง โดยเฉพาะภาคเหนือ

รายงานจุดความร้อนจาก GISTDA ของวันที่ 14 ก.พ. ที่ผ่านมา พบว่า ในพื้นที่ประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านมีจำนวนจุดความร้อนลดลงเป็นส่วนใหญ่ โดยพบจุดความร้อนทั้งหมด 5888 จุด ลดลงจากเมื่อวานนี้ ที่พบ 7486 จุด แต่ยังคงอยู่ในระดับที่สูงกว่า 5 พันจุด โดยเฉพาะในประเทศกัมพูชาที่มีจำนวนจุดความร้อนลดลงค่อนข้างมาก

สำหรับในประเทศไทยนั้น จุดความร้อนนั้นลดลงแต่ยังคงอยู่ในระดับที่สูงและเกาะกลุ่มกันอยู่ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือเป็นส่วนใหญ่ โดยจุดความร้อนในประเทศไทยพบในพื้นที่ต่าง ๆ ดังนี้คือ

โดยในวันนี้ (15 ก.พ.) เป็นวันแรกที่เข้าสู่ช่วงของการประกาศห้ามเผาเด็ดขาด จึงคาดว่า จุดความร้อนน่าจะลดลงจากรายงานของเมื่อวานที่ผ่านมา แต่น่าจะยังคงมีการลักลอบเผาอยู่บางส่วน

สำหรับในพื้นที่ 17 จังหวัด มีจำนวนจุดความร้อนทั้งสิ้น 1,420 จุด โดยพบมากที่สุด 5 จัดหวัดแรกได้แก่


ข่าวที่เกี่ยวข้อง