นายศักดิ์ชัย โควาพิทักษ์เทศ และนางสาวสุพัตรา นามลักษณ์ ตัวแทนบริษัทรับเหมาก่อสร้างถนนและลาดยางพาราผสม นำหลักฐาน ซึ่งเป็นเอกสารการจัดซื้อจัดจ้างของบริษัทแห่งหนึ่งที่เข้าประกวดราคาจัดซื้อจัดจ้างในโครงการก่อสร้างถนนลาดยางพาราผสมสารพิเศษในหลายจังหวัดในภาคตะวันตกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อให้กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบหรือบก.ปปป. ตรวจสอบบริษัทผู้รับเหมารายหนึ่ง หลังจากเมื่อปี 2562 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีการประกาศโครงการก่อสร้างถนนลาดน้ำยางพาราในพื้นที่จังหวัดต่างๆทั่วประเทศ โดยให้องค์การบริหารส่วนตำบลและในพื้นที่จังหวัดเป็นผู้ประกาศจัดซื้อจัดจ้างด้วยตัวเอง ต่อมามีบริษัทที่สนใจเข้าร่วมการประมูลดังกล่าวทั้งสิ้น 13 บริษัท ซึ่งผู้เสียหายได้ร่วมเป็นหนึ่งในบริษัทที่เข้าประมูลด้วย ต่อมา 1 นายบริษัทที่เข้าร่วมประมูลได้นำน้ำยางพาราผสมสารเคมีสูตรพิเศษไปยื่นให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาจดอนุสิทธิบัตรแต่ยังไม่ได้รับการอนุมัติสิทธิบัตรดังกล่าว ก็เข้าไปพูดคุยเจรจากับองค์การบริหารส่วนตำบลในจังหวัดกาญจนบุรี ชัยภูมิ ยโสธร ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ หนองคาย ราชบุรี อำนาจเจริญ สุพรรณบุรี ขอนแก่น มหาสารคาม และสกลนคร เพื่อขอให้ล็อคสเปกคุณสมบัติการจัดซื้อจัดจ้าง ต้องมีอนุสิทธิบัตรเป็นหนึ่งในคุณสมบัติของผู้เข้าประมูล ทำให้ผู้เข้าร่วมประมูลอีก 12 รายไม่สามารถเข้าร่วมประมูลได้ จนบริษัทดังกล่าวได้งานประมูลก่อสร้างของจังหวัดต่างๆรวมมูลค่ากว่า 900 ล้านบาท ซึ่งผู้ร้องมองว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นธรรม และเป็นลักษณะของการฮั้วประมูลล็อกสเปก และเชื่อว่าองค์การบริหารส่วนตำบลและจังหวัดในพื้นที่นั้นๆน่าจะมีส่วนรู้เห็นในการทุจริตดังกล่าว จึงเข้าแจ้งความและขอให้บก.ปปป. ตรวจสอบบริษัทและองค์การบริหารส่วนตำบลและจังหวัดที่เกี่ยวข้อง
นางสาวสุพัตรา กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวแดงขึ้นเนื่องจากมีองค์การบริหารส่วนตำบลในจังหวัดหนองคายเห็นความผิดปกติดังกล่าวจึงยกเลิกการประมูลจัดซื้อจัดจ้าง และแจ้งให้กับผู้รับเหมาทั้ง 12 บริษัทรับทราบ ว่ามีการติดต่อพูดคุยจากบริษัทดังกล่าว จึงรวมตัวกันตรวจสอบข้อมูลไปยังองค์การบริหารส่วนตำบลที่เปิดการจัดซื้อจัดจ้างจนทราบข้อมูลดังกล่าว และรวบรวมข้อมูลเข้ามาแจ้งความดำเนินคดีในวันนี้ เพราะเห็นว่าเรื่องดังกล่าวทำให้ภาครัฐเสียหาย เพราะจากการตรวจสอบไปที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาเมื่อปลายปีที่ผ่านมาพบว่าการยื่นขอจดอนุสิทธิบัตรของบริษัทดังกล่าวยังไม่ได้รับการอนุมัติ ทั้งที่ในคุณสมบัติจะต้องมีอนุสิทธิบัตรก่อน จึงมั่นใจว่าน่าจะมีการทุจริตเกิดขึ้น
นางสาวสุพัตรา กล่าวอีกว่า บริษัทที่ยื่นขอจดอนุสิทธิบัตรมีชื่อกรรมการเป็นนักธุรกิจไฮโซที่เคยเเถลงข่าวคู่กับทนายความคนดัง กรณีกล่าวหาอดีตผู้ช่วยเลขาฯ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร และไฮโซคนดังกล่าวเคยไปแจ้งความอดีตผู้ช่วยเลขาฯ รองประธานสภากับพนักงานสอบสวนกองปราบฯ จนต่อมาพนักงานสอบสวนมีความเห็นสมควรสั่งไม่ฟ้องเสนอไปยังพนักงานอัยการ และตนเคยเป็นพยานปากสำคัญในคดี เพราะในช่วงเกิดเหตุตนเป็นกรรมการของบริษัทที่ไฮโซสาวอ้างถึง โดยตนได้ยืนยันถึงข้อเท็จจริงที่ทางบริษัทได้รับประโยชน์จากงานที่อดีตผู้ช่วยเลขาฯ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ดำเนินการให้ ซึ่งตนก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดไฮโซสาวถึงได้มาทำอย่างนี้ ซึ่งในข้อเท็จจริงก็ปรากฏชัดทั้งพยานบุคคลและพยานเอกสาร
เบื้องต้น พนักงานสอบสวนบก.ปปป. ได้รับแจ้งความและพยานหลักฐานต่างๆไว้ตรวจสอบและแจ้งให้ผู้บังคับบัญชารับทราบ เพื่อหาแนวทางการดำเนินการต่อไป

