คัดลอก URL แล้ว
กลุ่มราษฎรร้อง! กมธ.การเมือง สอบกรณีสลายม็อบ 18 พ.ย.65

กลุ่มราษฎรร้อง! กมธ.การเมือง สอบกรณีสลายม็อบ 18 พ.ย.65

KEY :

วานนี้ (21 พ.ย.65) ที่ จุดรับยื่นหนังสือ ชั้น 1 (โซนกลาง) อาคารรัฐสภา ตัวแทนแนวร่วม “ราษฎร“ นำโดย อานนท์ นำภา ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน นายบารมี ชัยรัตน์ ที่ปรึกษากลุ่มสมัชชาคนจน พร้อมกลุ่มนักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เรียกตัวเองว่า “ราษฎรหยุดเอเปค 2022” ได้เข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ตรวจสอบกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ความรุนแรงเข้าสลายการชุมนุมของกลุ่มราษฎรหยุดเอเปค ที่บริเวณ ถ.ดินสอ เมื่อ 18 พ.ย. 65 ที่ผ่านมา

โดยมี นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ประธานคณะ กมธ.การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน พร้อมด้วย น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส. พรรคเพื่อไทย และนายมุข สุไลมาน ตัวแทนพรรคประชาชาติ และคณะ รับยื่นหนังสือจาก นายบารมี ชัยรัตน์ ตัวแทนผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎรหยุดเอเปค 2022

ทั้งนี้ นายบารมี กล่าวว่า ขณะเคลื่อนขบวนเพื่อเดินทางไปยังศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ซึ่งเป็นสถานที่จัดการประชุมสุดยอดผู้นำความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเชีย-แปซิฟิก การชุมนุมในวันดังกล่าว แกนนำได้แจ้งการชุมนุมตามกฎหมาย จึงเห็นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้มีอำนาจอะไรมาขัดขวางไม่ให้ผู้ชุมนุมมุ่งไปสู่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และได้พยายามเรียกร้องให้ตำรวจถอดกำลังออกไป มาอยู่เคียงข้างประชาชน ขณะที่เหตุชุลมุนนั้น “ยืนยันว่าไม่ใช่การปะทะ แต่เป็นการที่เจ้าหน้าที่ทุบตีเอาเพียงฝ่ายเดียว” และในครั้งที่ 3 มีการเปลี่ยนตัวเจ้าหน้าที่จากตำรวจคุมฝูงชน (คฝ.) เป็นอีกชุดหนึ่ง ที่ใส่ผ้าพันคอสีเขียว เข้ามาสลายการชุมนุม

“ถ้าเห็นว่าการชุมนุมไม่ชอบ ก็ต้องไปร้องต่อศาลให้มีคำสั่งยุติการชุมนุม แต่นี่เป็นการใช้กำลังและอำนาจเถื่อนเข้ามาทำร้ายมวลชน จนกระทั่งมีคนบาดเจ็บสาหัสถึงขั้นเสียดวงตา ไม่ควรเกิดขึ้นในสังคมที่เป็นประชาธิปไตยแบบนี้ และยังเป็นการใช้กำลังที่ไม่ได้สัดส่วนกับการกระทำของเรา”

ตัวแทนมวลชนจึงมาเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการฯ ตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ทั้งหมดซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสลายการชุมนุม ตั้งแต่ผู้กำกับ สน.สำราญราษฎร์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบ.ชน.) รวมถึงนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่เป็นประธานจัดการประชุมเอเปค เข้ามาชี้แจง นายบารมีกล่าว

ด้านนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กล่าวว่า การชุมนุมสาธารณะนั้นเป็นเรื่องปกติในสังคมประชาธิปไตย ซึ่งเหตุการณ์การชุมนุมที่เกิดขึ้นในวันที่ 18 พ.ย. 65 ไม่ได้ส่อแววไปในแนวทางที่รุนแรงเลย เป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นเท่านั้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้น คือ ความรุนแรงเกินอัตราส่วน เห็นได้จากจำนวนพี่น้องประชาชนที่ออกมาเรียกร้องกับจำนวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาสลายการชุมนุม และมาตรการจากเบาไปหาหนักที่เหมือนกับว่าไม่ได้รับการฝึกอบรมกันมาเลย

รวมทั้งเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่มีการยั่วยุจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในขณะที่ผู้บังคับบัญชากำลังเจรจาประนีประนอมกับกลุ่มผู้ชุมนุม ทั้งนี้ จะนำเรื่องดังกล่าวบรรจุในระเบียบวาระการประชุมของคณะ กมธ.ในวันพฤหัสบดีที่ 24 พ.ย. 65 และจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งกลุ่มผู้ร้อง มาสอบถามข้อเท็จจริงต่าง ๆ และในวันดังกล่าว เวลา 11.00 น. ก่อนการประชุมคณะ กมธ. จะมีกลุ่มสื่อมวลชนทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ได้รับบาดเจ็บในวันดังกล่าวมาส่งมอบหลักฐานต่าง ๆ ให้แก่คณะ กมธ.ด้วย

ขณะที่ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุมนั้นอยู่ภายใต้กฎหมายทุกประการ มีการขออนุญาตและเป็นไปตามรัฐธรรมนูญซึ่งรัฐบาลที่ดีจะต้องรับฟังเสียงของพี่น้องประชาชน แต่สิ่งที่รัฐบาลดำเนินการคือการผลักประชาชนให้เป็นศัตรูและเหยียบย่ำศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ในฐานะตัวแทนพรรคเพื่อไทย จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบต่อไป

นายมุข สุไลมาน กล่าวว่า พรรคประชาชาตินั้นแม้จะเป็นเพียงพรรคเล็ก ๆ แต่เราจะทุ่มเทศักยภาพที่มีเพื่อดำเนินการในเรื่องนี้ ซึ่งการที่คณะนำเรื่องมายื่นในวันนี้เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วเพื่อให้ทางพรรคฝ่ายค้านได้นำไปพิจารณาดำเนินการตามกระบวนการของสภา ไม่ว่าจะเป็น การตั้งกระทู้ถาม หรือการตั้งคณะ กมธ.วิสามัญเพื่อพิจารณาติดตามเรื่องนี้จนถึงที่สุด

หลังยื่นหนัง ตัวแทนแนวร่วมราษฎร พร้อมกลุ่มนักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เรียกตัวเองว่าราษฎรหยุดเอเปค2022 ร่วมกันถ่ายรูปปิดตาข้างขวาเพื่อเป็นให้กำลัง “พายุ บุญโสภณ” หรือ พายุ ดาวดิน ที่บาดเจ็บสาหัสขณะเข้าร่วมการชุมนุม


ภาพ – วิชาญโพธิ


WRITER