คัดลอก URL แล้ว
‘เพื่อไทย’ เดินหน้า ‘ตัดอำนาจ ส.ว.เลือกนายกฯ’ เผย ส.ส. เตรียมเข้าชื่อเสนอร่างแก้รัฐธรรมนูญ

‘เพื่อไทย’ เดินหน้า ‘ตัดอำนาจ ส.ว.เลือกนายกฯ’ เผย ส.ส. เตรียมเข้าชื่อเสนอร่างแก้รัฐธรรมนูญ

‘เพื่อไทย’ เดินหน้า ‘ตัดอำนาจ ส.ว.เลือกนายกฯ’ เผย ส.ส. เตรียมเข้าชื่อเสนอร่างแก้รัฐธรรมนูญ เข้าสภา พร้อมร่างของภาคประชาชน ‘ชลน่าน’ ยืนยันเจตนารมณ์พรรค มุ่งคืนประชาธิปไตย ขณะที่ ‘คณะรณรงค์แก้ไข มาตรา 272’ ยื่นหนังสือเพื่อไทยขอร่วมสนับสนุน หวังผลักดันให้สำเร็จก่อนเลือกตั้งใหญ่ เพื่อให้ได้รัฐบาลของประชาชนอย่างแท้จริง

นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่านและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมาและเลขาธิการพรรค นายชัยเกษม นิติสิริ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง นายภูมิธรรม เวชยชัย นายชูศักดิ์ ศิรินิล นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.พะเยา ในฐานะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง นายสุขุมพงษ์ โง่นคำ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคและนางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ โฆษกพรรค ร่วมกันรับหนังสือจากคณะรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ตัดอำนาจ ส.ว.เลือกนายกรัฐมนตรี ที่นำโดย นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อเชิญชวนพรรคเพื่อไทยให้ร่วมกันรณรงค์การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อตัดอำนาจ ส.ว. ในการเลือกนายกรัฐมนตรี

นายแพทย์ชลน่าน กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีอุดมการณ์และเจตนารมณ์ที่ชัดเจนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย และได้มีการประกาศไว้ตั้งแต่ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งแล้วว่าจะมีการผลักดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะในมาตรา 272 นั้น พรรคพื่อไทยไม่เห็นด้วยตั้งแรกที่จะมีบทเฉพาะกาลมาตรานี้ แต่ฝ่ายที่ต้องการให้มีบทเฉพาะกาลมาตรานี้อ้างคำถามพ่วงที่ไปขอความเห็นประชาชนในการทำประชามติ แล้วไปอ้างการปฏิรูปประเทศให้เกิดความต่อเนื่องเพื่อให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาพิจารณาเห็นชอบบุคคลที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรี เอา ส.ว.มาเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งข้ออ้างนี้ฟังไม่ขึ้นตั้งแต่แรก ดังนั้นเมื่อมีการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ ก็เห็นผลอย่างชัดเจนว่า เป็นเพียงช่องทางการสืบทอดอำนาจ แต่การปฏิรูปประเทศนั้นไม่มีความก้าวหน้าใดๆ ดังนั้นจึงถึงเวลาแล้วที่จะต้องพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนของมาตรานี้

นายแพทย์ชลน่าน กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยยินดีอย่างยิ่งที่จะร่วมรณรงค์การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 เพื่อคืนประชาธิปไตยให้ประชาชน ตัดอำนาจ ส.ว. ในการเลือกนายกรัฐมนตรี โดยพรรคจะสนับสนุนในทุกมิติ โดยเฉพาะการพิจารณาในวาระ 1 วาระ 2 และวาระ 3 และ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ทั้งหมด 132 ที่นั่งจะเข้าชื่อกันเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรานี้ไปพร้อมกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของภาคประชาชน

“ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทย มีโอกาสเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญมาแล้ว 2 ครั้ง โดยในปี 2563 พรรคได้เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญรวม 5 ร่าง ซึ่งในนั้นมีร่างยกเลิกอำนาจวุฒิสภาในการเลือกนายกรัฐมนตรี จากนั้นในปี 2564 พรรคเพื่อไทยเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกครั้งรวม 5 ร่าง แต่สภาบรรจุเข้าสู่วาระการประชุม 4 ร่าง ซึ่งได้เสนอให้แก้ไขที่มานายกรัฐมนตรี และยกเลิกอำนาจ ส.ว. ด้วย ซึ่งเราไม่ย่อท้อ ดังนั้นเจตนารมณ์ของพรรคเพื่อไทยซึ่งสอดคล้องกับข้อเสนอของภาคประชาชน จึงจะมีการผลักดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไป และพร้อมที่จะนำข้อเสนอนี้หารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อร่วมกันสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้” หัวหน้าพรรคเพื่อไทยกล่าว

ด้าน นายชัยเกษม กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นผลพวงของการรัฐประหาร ซึ่งหลังรัฐประหารผู้มีอำนาจก็ยัดเยียดให้ประชาชนรับร่างรัฐธรรมนูญ แต่หากเปรียบรัฐธรรมนูญเป็นอาหารก็เป็นอาหารที่ประชาชนไม่ปรารถนา เมื่อใช้ไปก็เกิดปัญหาตลอดเวลา ดังนั้นการเสนอให้มีการแก้ไขมาตรา 272 ครั้งนี้จึงถือเป็นการจุดประกาย นำไปสู่การแก้ไขในอีกหลายๆ เรื่องในอนาคต ดังนั้นจึงเห็นว่าควรได้รับการสนับสนุนและน่าจะสามารถทำได้หากได้รับความร่วมมือจากประชาชนและ ส.ส.ในสภา

ขณะที่ นายสมชัย กล่าวว่า ขอบคุณพรรคเพื่อไทย ที่ให้เกียรติรับหนังสือรณรงค์การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ตัดอำนาจ ส.ว. ในการเลือกนายกรัฐมนตี โดยมีจุดประสงค์สำคัญ 2 ประการคือ 1.ขอให้พรรคเพื่อไทย ที่มี ส.ส.มากที่สุดในสภา 132 คน มีฐานคะแนนเสียงของประชาชนนับ 10 ล้านคะแนน ให้ช่วยใช้กลไกของพรรคในการส่งข่าวสารถึงสมาชิกพรรคประชาชนว่าถึงเวลาแล้วที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันเข้าชื่อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มากที่สุด ซึ่งจะมีการรณรงค์ในช่วงวันที่ 17 มกราคม -16 เมษายนนี้ และ 2.หากกฎหมายฉบับนี้มีโอกาสเสนอเข้าที่ประชุมสภาก็จะหวังว่า ส.ส.พรรคเพื่อไทยจะอภิปรายและลงมติสนับสนุน ทั้งในวาระ 1 วาระ 2 และวาระ 3 เพื่อให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นประชาธิปไตยและได้รัฐบาลที่มาจากประชาชนอย่างแท้จริง

นายสมชัย กล่าวว่า การรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 นี้ เป็นการผลักดันให้มีการแก้ไขเพียงประเด็นลดอำนาจ ส.ว. ในการเลือกนายกรัฐมนตรีเพียงประเด็นเดียว แต่ถือเป็นเรื่องหลักการสำคัญในระบอบประชาธิปไตย เมื่อประชาชนเลือก ส.ส. มา ส.ส.ก็ควรเป็นผู้เลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งนานาประเทศก็ใช้หลักการนี้ เพียงแต่ประเทศไทยได้บัญญัติไว้ในบทเฉพาะกาลให้ ส.ว. มีอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรีในช่วง 5 ปีแรกโดยอ้างความจำเป็นต่อการปฏิรูปประเทศ แต่วันนี้บริบทต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปมากแล้ว การที่ ส.ว. ได้รับเลือกมาจากผู้มีอำนาจบริหารแต่นายกรัฐมนตรี คือ ผู้แข่งขันในการเลือกตั้งจึงอาจทำให้การเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องมีการแก้ไขในประเด็นนี้ และหากทำสำเร็จได้ทันการเลือกตั้งครั้งต่อไปประชาชนก็มีโอกาสที่จะได้นายกรัฐมนตรีและผู้บริหารประเทศที่มาจากการเลือกตั้ง ดังนั้นเมื่อประชาชนร่วมลงชื่อครบ 7 หมื่นรายชื่อเราก็จะนำเสนอต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้บรรจุลงในวาระการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อพิจารณาแก้ไขทันที