คัดลอก URL แล้ว
สรุป คลับเฮาส์ ทนายตั้ม เผย สาเหตุการตาย ผู้ต้องหา คดีผู้กำกับโจ้ โดยหมอชันสูตร

สรุป คลับเฮาส์ ทนายตั้ม เผย สาเหตุการตาย ผู้ต้องหา คดีผู้กำกับโจ้ โดยหมอชันสูตร

จากกรณี นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ โพสต์คลิปวิดีโอ ผ่านเฟซบุ๊ค ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ เหตุการณ์ขณะกลุ่มชาย คล้ายตำรวจ ใช้ถุงพลาสติกคลุมศีรษะชายคนหนึ่งโดยระบุว่าเป็นคลิป ผู้กำกับโจ้ สภ.เมืองนครสวรรค์ คลุมหัวฆ่าโหดเรียกเงิน 2 ล้าน

โดยวานนี้ 25 ส.ค. 64 ทนายตั้ม ได้มีการเปิดห้องคลับเฮาส์ ซึ่งได้มีทนาย พิธีกร แอดมินเพจ ชื่อดังเข้าร่วมฟัง ทนายเจมส์ ทนายรณรงค์ ทนายอาคม ทนายนิด้า หนุ่ม กรรชัย จ่าพิชิต ขจัดพาลชน เแอดมินเพจDrama-addict ในหัวข้อเรื่อง “เปิดอกคุยทนายตั้ม คดีผู้กำกับฉาวฆาตกรรมผู้ต้องหา”

ซึ่งเพจ Drama-addict ได้สรุปเนื้อหาและประเด็นในเรื่องนี้ไว้ดังนี้

สรุปประเด็นจาก CH
คุณหมอที่เป็นคนชันสูตร มาตอบคำถามทนาย

-ประเด็นเรื่อง การลงชันสูตร คุณหมออธิบายเรื่อง ลงว่าอันนี้เป็นปัญหาทางเทคนิค เพราะเวลาลงเอกสารเบื้องต้น ถ้ากรอกว่าตายไม่ทราบสาเหตุ จนท ที่อำเภอจะตีกลับ ให้หมอลงสาเหตุการตายอะไรก็ได้ไปก่อน ไม่งั้นจะมีผลในการลงบันทึกข้อมูล อันนี้เป็นปัญหาหน้างานที่พบจริงในบางพื้นที่ เคสนี้คุณหมอเลยไม่ได้ลงว่า ตายไม่ทราบสาเหตุ

-ดังนั้นคุณหมอเลยลงว่า สันนิษฐานว่าอาจเกี่ยวข้องกับแอมเฟตามีนโอเวอร์โดสไปก่อน แต่อันนี้ยังไม่จบ จะรู้ผลชันสูตรแบบละเอียดโคตรๆ ในอีกสามวัน

-คุณหมอพูดถึงประเด็นที่มีเพจนึงเผยผลแลปล่าุสดของผู้ตายว่า ไม่เจอสารเสพติดในเลือด คุณหมออธิบายว่า ถ้างั้นน่าจะแปรผลว่า ผู้ตายเคยมีประวัติเสพสารเสพติดมาก่อน นานแล้ว และเรื่องหัวใจนั่นก็เป็นผลจากการเสพในอดีตที่ไม่เกี่ยวข้องกับสาเหตุการตายปัจจุบัน

-ส่วนเรื่องผู้ตาย มีข้อมูลใหม่จากคุณหมอว่า ผู้ตาย ไม่ได้ตายในทันที หลัง จนท หามไปส่ง รพ หมอปั๊มหัวใจขึ้น และยื้อไว้ได้ร่วมสิบชั่วโมงก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา
-คุณหมอสรุปสาเหตุการเสียชีวิตคร่าวๆ ่เบื้องต้นมีความเป็นไปได้ 4 อย่าง 1. ขาดอากาศเสียชีวิต

  1. มีสารเสพติดในร่างกายปริมาณนึง
    แล้วมีการกระตุ้นจากบางอย่างทำให้เสียชีวิต
    3.สารเสพติดโอเวอร์โดสเสียชีวิต
    4.ถูกทำร้ายจนถึงแก่ชีวิต

จากข้อมูลล่าสุดที่แลปเพิ่งออก น่าจะตัดข้อ 3 ออกไป เพราะไม่เจอสารเสพติดปริมาณที่สูงพอในร่างกายผู้เสียชีวิต แต่ผู้ตายอาจจะเคยเสพมาก่อน ในอดีต หรือเสพมาในปริมาณไม่มาก แล้วมีตัวกระตุ้นบางประการ กระตุ้นจนทำให้ถึงแก่ชีวิต และสารที่ว่าอาจถูกกำจัดออกจากร่างกาย ในช่วงเวลาสิบกว่าชั่วโมง ที่หมอยื้อชีวิตเขาไว้ได้หลังหัวใจหยุดเต้นรอบแรก