วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ (ESCAP) อาคารสหประชาชาติ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ไปเปิดพิธีเฉลิมฉลอง “วันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ครั้งที่ 21” ท่ามกลางผู้นำสงฆ์ พระสังฆาธิการ นักวิชาการชาวพุทธ และพุทธศาสนิกชนจาก 34 ประเทศ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
ภายในพิธี ผู้แทนพระองค์ได้กล่าวเปิดงาน พร้อมเชิญชวนพุทธศาสนิกชนทั่วโลกน้อมนำหลักธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต เพื่อพัฒนาจิตใจและปัญญา อันจะนำไปสู่สันติสุขและการพัฒนาที่ยั่งยืนของมนุษยชาติ
ตอนหนึ่งของสารเปิดงานระบุว่า พระพุทธองค์ทรงเปี่ยมด้วยพระปัญญาญาณ ทรงรู้แจ้งในสัจธรรมอันเป็นสากล และทรงมีพระเมตตาที่มุ่งให้มนุษย์พ้นจากความทุกข์ พระธรรมจึงเปรียบเสมือนมรดกทางความคิดและจิตวิญญาณ ที่จะช่วยชี้แนะแนวทางแห่งอนาคตอันดีงามแก่โลก

ด้านนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวรายงานว่า วันวิสาขบูชาเป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ซึ่งหลักธรรมของพระองค์สอดคล้องกับหลักการพื้นฐานขององค์การสหประชาชาติ ทั้งเรื่องเมตตาธรรม มนุษยธรรม และสันติภาพ จึงทำให้องค์การสหประชาชาติประกาศรับรองให้ “วันวิสาขบูชา” เป็นวันสำคัญสากลของโลก
รัฐบาลไทยในฐานะเจ้าภาพให้การสนับสนุนการจัดงานมาอย่างต่อเนื่อง โดยมหาเถรสมาคมมอบหมายให้มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นผู้ประสานงานหลักในการจัดการประชุมชาวพุทธนานาชาติ ซึ่งปีนี้มีผู้เข้าร่วมกว่า 1,000 รูปและคน จากทั้งในและต่างประเทศ
การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “พุทธปัญญาในการส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนระดับโลก และการสร้างอนาคตร่วมกันของมวลมนุษยชาติ” โดยช่วงเช้าเริ่มด้วยพิธีเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตภาวนาเพื่อสันติภาพโลก
พระพรหมบัณฑิต กรรมการมหาเถรสมาคม ประธานสภาสากลวันวิสาขบูชาโลก (ICDV) กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม พร้อมกล่าวถึงความสำเร็จของการจัดงานวันวิสาขบูชาโลก ณ เมืองอู๋ซี สาธารณรัฐประชาชนจีน และกล่าวถึง “ปฏิญญาอู่ซี” ที่เน้นย้ำการธำรงคุณค่าแห่งความกรุณาตามหลักพระพุทธศาสนา เพื่อเสริมสร้างรากฐานแห่งสันติภาพโลก

สาระสำคัญของปฏิญญา ยังสะท้อนแนวคิดเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำ การสร้างสมดุลการพัฒนา การตระหนักถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และสิ่งแวดล้อม ผ่านหลักปฏิจจสมุปบาท ตลอดจนการสร้างประชาคมโลกที่มีอนาคตร่วมกันบนหลักทางสายกลาง
ภายในงานยังมีการเผยแพร่สุนทรพจน์และสารจากนายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ และนาง Armida Salsiah Alisjahbana เลขาธิการบริหาร UN ESCAP กรุงเทพฯ รวมถึงสาส์นจากผู้นำชาวพุทธและผู้นำทางการเมืองจากหลายประเทศ อาทิ สปป.ลาว บังกลาเทศ ฝรั่งเศส เกาหลีใต้ จีน เวียดนาม ออสเตรเลีย และภูฏาน
ผู้นำจากนานาประเทศต่างสะท้อนแนวคิดร่วมกันว่า พระพุทธศาสนาสามารถเป็นพลังสำคัญในการสร้างสันติภาพโลก ลดความขัดแย้ง และสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยชี้ว่า วิกฤตโลกในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นสงคราม ความเหลื่อมล้ำ ปัญหาสิ่งแวดล้อม หรือความทุกข์ทางใจ ล้วนมีรากเหง้ามาจาก “โลภ โกรธ หลง” และสามารถเยียวยาได้ด้วยหลักพรหมวิหาร 4 ได้แก่ เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา
ช่วงท้ายของงาน พระพรหมบัณฑิต ได้กล่าวปิดการประชุม พร้อมนำผู้เข้าร่วมเดินทางไปยังพุทธมณฑล เพื่อร่วมพิธีเวียนเทียนรอบองค์พระศรีศากยะทศพลญาณ ประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์ เนื่องในวันวิสาขบูชา ท่ามกลางบรรยากาศแห่งศรัทธาและความเป็นหนึ่งเดียวของชาวพุทธจากทั่วโลก ถือเป็นการปิดฉากงานวันวิสาขบูชาโลก ครั้งที่ 21 อย่างสมบูรณ์และยิ่งใหญ่


