ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งผิวหนังเตือนว่า “นักกอล์ฟ” คือกลุ่มนักกีฬาที่มีความเสี่ยงสูงต่อความเสียหายจากรังสี UV สะสม เนื่องจากต้องใช้เวลาอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานานติดต่อกันหลายชั่วโมง

“มะเร็งไฝ” ภัยเงียบที่มากับแดดในสนาม
1.สถิติที่น่าตกใจ (แดดในสนามแรงกว่าที่คิด!)
หนักกว่าคนทั่วไปหลายเท่า: นักกอล์ฟอาชีพได้รับรังสี UV สะสมต่อปีสูงกว่าคนทั่วไปมหาศาล
แค่ชั่วโมงเดียวก็เกินลิมิต: แค่คุณเดินเล่นบน กรีน (ลานหญ้าเรียบๆ รอบหลุม) เพียง 1 ชั่วโมง ผิวก็ได้รับรังสี UV เกินกว่าที่ร่างกายจะรับไหวถึง 5 เท่าแล้ว
ฟ้าครึ้มก็อย่าประมาท: แม้ไม่มีแดดเปรี้ยง รังสี UV ก็ยังทะลุผ่านก้อนเมฆมาทำร้ายผิวได้เหมือนเดิม
2.จุดบอดที่นักกอล์ฟมักลืมป้องกัน
หูและคอ: ส่วนใหญ่เราใส่หมวกแก๊ป ซึ่งกันแดดได้แค่ใบหน้า แต่ “ใบหู” และ “ต้นคอ” มักจะไหม้แดดโดยที่เราไม่รู้ตัว
ครีมกันแดด ทำ “วงสวิง” เสีย? หลายคนไม่ยอมทาครีมกันแดดเพราะกลัวมือลื่นจนจับไม้กอล์ฟไม่อยู่ หรือบางคนทาแค่รอบเดียวตอนเช้า ซึ่งความจริงแล้วควรทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง (หรือทุกๆ 9 หลุม) ถึงจะเอาอยู่
เสื้อผ้าไม่ได้กันแดดเสมอไป: เสื้อโปโลทั่วไปอาจจะดูเท่ แต่ถ้าไม่ใช่เนื้อผ้าที่ระบุว่ากันรังสี UV (ค่า UPF) แดดก็ยังส่องผ่านเนื้อผ้ามาโดนผิวเราได้อยู่ดี
3.วิธีเช็ก “ไฝ” สัญญาณเตือนมะเร็ง
ถ้าเจอไฝที่มีลักษณะแบบนี้ รีบไปหาหมอตรวจทันที
รูปทรงแปลกๆ: ไฝเบี้ยว ขอบไม่เรียบ หรือดูขรุขระ
สีไม่สม่ำเสมอ: ในไฝเม็ดเดียวมีหลายสี (ดำบ้าง น้ำตาลบ้าง)
โตไวผิดปกติ: มีอาการคัน มีเลือดออก หรือแผลไฝที่ไม่ยอมหายสักที
4.เคล็ดลับออกรอบแบบปลอดภัย
ทาครีมกันแดดสูตรสปอร์ต: เลือกสูตรสำหรับนักกีฬาแบบที่ไม่เหนียวเหนอะหนะเพื่อให้จับไม้ได้มั่นใจ และต้องทาซ้ำระหว่างวัน
อุปกรณ์ช่วยชีวิต: สวมแว่นกันแดด และหาหมวกปีกกว้างที่ช่วยบังแดดได้ถึงใบหูและลำคอ และเสื้อผ้าที่ป้องกันรังสี UPF
ตรวจเช็กสุขภาพผิวสม่ำเสมอ: นักกอล์ฟที่ออกรอบเป็นประจำควรตรวจสุขภาพผิวหนังและไฝกับหมอเฉพาะทางเป็นประจำทุกปี
การตรวจเช็กไฝอาจไม่ได้ช่วยให้คุณ พัตต์ (เขี่ยลูกลงหลุม) ได้แม่นขึ้น หรือช่วยให้ ไดร์ฟ (ตีลูก) ได้ไกลขึ้น แต่มันช่วยให้คุณมีร่างกายที่แข็งแรงและได้อยู่เล่นกอล์ฟที่คุณรักไปนานๆ !
ที่มา: Golfers Warned Over Mole Cancer Risk – Sustain Health Magazine