การประชุมความมั่นคงมิวนิก (Munich Security Conference) ครั้งที่ 62 เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดของภูมิรัฐศาสตร์โลก โดย นายฟรีดริช แอร์ทซ์ (Friedrich Merz) นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ได้กล่าวสุนทรพจน์เปิดงานด้วยถ้อยคำที่ตรงไปตรงมาและสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วที่ประชุม โดยประกาศยอมรับความจริงใหม่ว่า “ระเบียบโลกที่ยึดตามกฎกติกา” (Rules-Based World Order) ซึ่งเคยเป็นเสาหลักของสันติภาพโลก ได้กลายเป็นอดีตไปแล้ว
“ระเบียบโลกเก่า” ล่มสลาย เข้าสู่ยุค “มหาอำนาจ”
นายแอร์ทซ์ กล่าวต่อผู้นำโลกและเจ้าหน้าที่ระดับสูงกว่า 100 ประเทศว่า โลกไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยกฎหมายระหว่างประเทศหรืออุดมคติแบบเดิมอีกต่อไป แต่ได้ก้าวเข้าสู่ยุคของ “การเมืองของมหาอำนาจ” (Great Power Politics) อย่างเต็มตัว ซึ่งเป็นโลกที่โหดร้ายและตัดสินกันด้วยพละกำลังและการต่อรองผลประโยชน์
แอร์ทซ์ได้ขยายความถึงหัวใจสำคัญของปัญหาว่า ชาวยุโรปเสพสุขกับความสงบสุขมานานเกินไปจนลืมราคาที่ต้องจ่าย
“เสรีภาพไม่ใช่ของตาย (A given) อีกต่อไป”
แอร์ทซ์กล่าวเน้นย้ำ “เราต้องเลิกพักร้อนทางประวัติศาสตร์ และตระหนักว่าเสรีภาพต้องแลกมาด้วยความแน่วแน่ ความเสียสละ และกำลังใจที่เข้มแข็ง”
เตือนวอชิงตัน: “สหรัฐฯ ไม่แข็งแกร่งพอ” ที่จะยืนลำพัง
ประเด็นสำคัญที่ถูกจับตามองที่สุด คือการที่ผู้นำเยอรมนีส่งสัญญาณเตือนตรงไปยังสหรัฐอเมริกา (ภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์) ว่านโยบายโดดเดี่ยวหรือการกีดกันทางการค้าจะไม่เป็นผลดีต่อใคร แม้กระทั่งต่อสหรัฐฯ เอง
“แม้แต่สหรัฐอเมริกาเอง ก็ไม่ได้แข็งแกร่งพอที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายของโลกยุคใหม่นี้ได้เพียงลำพัง” นายแอร์ทซ์ กล่าวเน้นย้ำ
เขาระบุว่า ในยุคที่ขั้วอำนาจใหม่ๆ กำลังท้าทายตะวันตก ความร่วมมือข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก (Transatlantic) ยังคงจำเป็น แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง ไม่ใช่การพึ่งพาฝ่ายเดียว เยอรมนีและยุโรปพร้อมจะเป็น “เสาหลักที่แข็งแกร่งของ NATO” ด้วยขาของตัวเอง ไม่ใช่แค่ผู้ตาม
ต้านกำแพงภาษี-สงครามวัฒนธรรม
นอกจากนี้ นายกฯ เยอรมัน ยังแสดงจุดยืนชัดเจนในการคัดค้านมาตรการกีดกันทางการค้า (Protectionism) และกำแพงภาษี โดยระบุว่ายุโรปเชื่อมั่นในการค้าเสรีและการแข่งขันที่เปิดกว้าง พร้อมทั้งกล่าวพาดพิงถึงกระแสการเมืองในสหรัฐฯ ว่า ยุโรปไม่ต้องการนำเข้า “สงครามทางวัฒนธรรม” (Culture Wars) มาใช้ในการเมืองระหว่างประเทศ
แอร์ทซ์ขีดเส้นแบ่งทางค่านิยมกับสหรัฐฯ ยุคปัจจุบันอย่างชัดเจน โดยประกาศว่า “สงครามวัฒนธรรมของขบวนการ MAGA ไม่ใช่เรื่องของเรา” (The culture war of the MAGA movement is not ours)
เขายืนยันว่า ยุโรปจะไม่นำเข้าความขัดแย้งที่สร้างความแตกแยก หรือนโยบายกำแพงภาษี (Tariffs) แต่จะยึดมั่นในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และการค้าเสรี ซึ่งเป็นรากฐานที่แท้จริงของยุโรป
สื่อตะวันตก ได้กล่าวถึงบรรยากาศในที่ประชุมว่า สุนทรพจน์ของแอร์ทซ์สะท้อนความกังวลลึกๆ ของชาติพันธมิตรยุโรปที่มีต่อทิศทางของสหรัฐฯ ในปัจจุบัน โดยพยายามใช้เวทีนี้เรียกร้องความสามัคคี ในขณะเดียวกันก็เตรียมพร้อมรับมือกับโลกที่ “ไร้ระเบียบ” และคาดเดาไม่ได้มากยิ่งขึ้น