วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 คณะรองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตั้งโต๊ะแถลงข่าวกรณีปัญหาการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และการออกเสียงประชามติ ที่พบข้อร้องเรียนและความผิดปกติในหลายเขตเลือกตั้งทั่วประเทศ โดยมี นายภาสกร สิริภคยาพร และ นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง เป็นผู้แทน กกต. แถลงข่าวและตอบข้อซักถามของสื่อมวลชน
นายภาสกร กล่าวว่า กรณีการเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ในเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชลบุรี กฎหมายได้กำหนดเงื่อนไขไว้อย่างชัดเจนว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานว่าเข้าข่ายมีเหตุอันควรให้สั่งนับคะแนนใหม่หรือจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่หรือไม่ ไม่สามารถดำเนินการได้ตามความรู้สึกหรือกระแสสังคม
ในกระบวนการลงคะแนนและนับคะแนน หากผู้มาใช้สิทธิ์หรือผู้สังเกตการณ์พบว่ามีขั้นตอนไหนผิดพลาดหรือมีความผิดปกติ สามารถทักท้วงหรือคัดค้านได้ทันที ณ จุดนั้น ซึ่งกรรมการประจำหน่วยจะต้องบันทึกการทักท้วงดังกล่าวไว้เป็นหลักฐาน ทั้งในขั้นตอนการลงคะแนน การนับคะแนน และการรวมคะแนน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ถือเป็นหลักฐานสำคัญในการประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หากมีการร้องขอให้นับคะแนนใหม่หรือจัดการเลือกตั้งใหม่ หมายความว่าไม่ใช่การสั่งการได้โดยพลการ
สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นในจังหวัดชลบุรีเขต1 นายภาสกร ชี้แจงว่า ความเข้าใจคลาดเคลื่อนของประชาชนบางส่วนที่กระบวนการ “ยุบรวมหีบบัตร” ซึ่งเป็นขั้นตอนตามกฎหมาย ภายหลังจากทุกหน่วยเลือกตั้งนับคะแนนและติดประกาศผลหน้าหน่วยเลือกตั้งแล้ว จะมีการนำผลคะแนนจากทุกหน่วยมารวมในระดับอำเภอหรือเขตเลือกตั้ง จากนั้นจึงดำเนินการยุบรวมหีบบัตรจากหลายหน่วย เพื่อนำไปเก็บรักษาไว้ในสถานที่ปลอดภัยจนพ้นระยะเวลาการร้องคัดค้านตามกฎหมาย ซึ่งกำหนดไว้ 2 ปี
เหตุเกิดที่ จ.ชลบุรี ระหว่างยุบรวมหีบบัตร การเตรียมตัวขนหีบบัตรจากการยุบรวมของเขต 1 ไปเก็บรักษาที่ปลอดภัย เกิดความไม่เข้าใจกันเกิดขึ้นระหว่างเจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อมกำลังยุบรวม คิดว่ามีประเด็นทำไมหีบบัตรยุบรวม ไม่ได้คล้องสายรัดบ้าง ไม่เรียบร้อยบ้าง นั่นคือเขาอยู่ระหว่างยุบรวมหีบบัตร บางหีบไม่ได้คล้องสายรัด มีการซีนโดยเทปกาวโดยรอบ ไม่สามารถให้ใครเปิดได้แน่นอน
ส่วนกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพหรือข่าวเกี่ยวกับการขีดแก้ไขคะแนน นายภาสกร ระบุว่า ในช่วงการยุบรวม อาจมีเอกสารหรือบัตรบางส่วนที่ไม่ได้พับใส่ลงในหีบบัตร ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตจะรวบรวมและนำไปเก็บรักษาไว้ในสถานที่ปลอดภัยเช่นเดียวกับบัตรเลือกตั้ง ยืนยันว่าการแก้ไขคะแนนหลังจากติดประกาศผลแล้วไม่สามารถกระทำได้
สำหรับข้อสงสัยของประชาชนว่ากระบวนการดังกล่าวเข้าข่ายการทุจริตหรือไม่ นายภาสกร ยืนยันว่า การเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขผลคะแนนเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากผลคะแนนได้ติดประกาศไว้หน้าหน่วยเลือกตั้งทุกหน่วยและสามารถตรวจสอบได้
กรณีที่มีการพบเศษวัสดุหรืออุปกรณ์เลือกตั้ง นายภาสกร ชี้แจงว่า เป็นเศษจากกระบวนการยุบรวมหีบบัตร เช่น สายรัดหรืออุปกรณ์ที่ถูกตัดออกเพื่อเปิดหีบรวมบัตร ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการแก้ไขคะแนน อย่างไรก็ตาม หากพบว่ามีการนำเอกสารหรือบัตรเลือกตั้งไปทิ้งโดยมิชอบ จะเข้าสู่กระบวนการสอบสวนตามขั้นตอนของกฎหมาย
ในประเด็นการนับคะแนนใหม่ นายภาสกร ระบุว่า ต้องเป็นไปตามกฎหมายและเป็นอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยจะพิจารณาจากพยานหลักฐาน ข้อร้องเรียน และรายงานเหตุการณ์จากกรรมการประจำหน่วย กรณีจังหวัดชลบุรี ได้มอบหมายให้รองเลขาธิการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และจะรายงานผลให้คณะกรรมการการเลือกตั้งทราบภายใน 2 วัน
นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดชลบุรี รายงานผลคะแนนภาพรวมของทั้งจังหวัด เพื่อพิจารณาว่ามีความผิดปกติในระดับเขตเลือกตั้งหรือไม่ หากพบว่ามีมูล คณะกรรมการการเลือกตั้งจะดำเนินการตามมาตรา 124 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. อย่างเคร่งครัด
โดยการรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการ ทำไมมีการรายงานผิดพลาด นายภาสกร ชี้แจงว่า เป็นการรายงานเพื่อความรวดเร็วผ่านระบบ คือผลไม่เป็นทางการ ผ่านอนุฯอำเภอ โดยใช้คะแนนจาก สส.5/18 ที่ติดประกาศหน้าหน่วย ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงผลคะแนนนี้ได้ ส่วนประเด็นทำไมมีการแก้ไขนั้นเมื่ออนุฯประจำอำเภอ รับรายงานผลแล้ว ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร คะแนนถูกหรือไม่ต้องรีเช็คกับ กปน. บางอย่างในการคีย์คะแนนเข้ามาของ กปน.อาจผิดพลาดคลาดเคลื่อนได้ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงผลคะแนน 5/18 ที่ติดประกาศหน้าหน่วยได้
ส่วนประเด็นเมื่อวานมีเศษวัสดุอุปกรณ์ มีการแก้ไขหรือไม่ ตกหล่นหรือไม่ อย่างที่นำเรียนเป็นกระบวนการยุบรวมหีบบัตร และเก็บวัสดุอุปกรณ์ของเขต 1 อาจมีเศษวัสดุอะไรก็ตาม เช่น เศษสายรัดบ้าง เพราะเขาต้องตัดสายรัดเปิดหีบเอาบัตรรวมกัน ทั้งนี้ที่ขอให้นับคะแนนใหม่ได้หรือไม่ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขกฎหมายก่อน เป็นอำนาจ กกต. โดย กกต.จะพิจารณาจะพิจารณาจากหลักฐาน ข้อเท็จจริง คำร้องคัดค้าน แต่ละขั้นตอน เอารายงานเหตุการณ์ประจำหน่วยมาดูว่ามีที่มาที่ไปหรือไม่อย่างไร
กรณีของชลบุรีถึงถามว่าทำไมไม่สามารถสั่งนับคะแนนใหม่ได้ทันที ขั้นตอนต้องอยู่ในการพิจารณาของ กกต.ที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริงเหล่านี้ กกต.มีความห่วงใย และอยากให้กระบวนการของเราเป็นไปโดยชอบเรื่องกฎหมาย เลยมอบหมายรองเลขาธิการ กกต.ไปตรวจสอบเลยว่าข้อเท็จจริงอย่างไร มีการคัดค้านหรือไม่ หรือฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่ ให้แล้วเสร็จใน 2 วัน ดังนั้นภายใน 2 วันชัดเจนสำหรับชลบุรี ที่ กกต.มีมติวันนี้
ส่วนบางจังหวัดเช่น มหาสารคาม มีคะแนนคลาดเคลื่อน แต่คำว่าคะแนนคลาดเคลื่อนไม่ใช่เกิดจากประกาศที่หน่วย รายงานผลนับคะแนนทุกหน่วยถูกต้องตรงกัน แต่เวลารวมคะแนนเพื่อขึ้นป้ายประกาศผลคะแนนหน้าที่ว่าการเขต ใส่ตัวเลขคลาดเคลื่อน พอเห็นได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ปรากฏว่าขาด 1 หน่วย มีการแก้ไขให้ถูกต้องตรงกัน ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงผลคะแนนได้ เพราะทุกอย่างติดประกาศที่หน่วยแล้ว ขอให้ท่านมั่นใจในประเด็นนี้ นี่คือโจทย์ที่ฝากให้เข้าใจในเรื่องนี้
ส่วนกรณีจังหวัดปทุมธานี ท่านบอกว่านับคะแนน 2 รอบ รอบแรกคนนี้ได้ พอนับอีกได้อีกพรรค เปลี่ยนผลคะแนนมากมาย ไม่จริง ยืนยันชัดเจนว่าไม่เปลี่ยนแปลง ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม มีการเปลี่ยนแปลงเฉพาะบางหมายเลข เช่น ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยบัตรของกรรมการ เรื่องของบัตรเสีย ประมาณนี้ แค่นั้น แตกต่างแค่ 1-2 คะแนนเท่านั้น ส่วนอื่นไม่ได้ทำให้ผลการเลือกตั้งเปลี่ยนแปลงไป ไม่ทำให้ผลการนับคะแนน ณ ที่นั้นเปลี่ยนแปลงไป สิ่งที่ออกไปบอกว่า พอนับคะแนนใหม่ทำให้ผลเปลี่ยน จากพรรคนี้กลายเป็นอีกพรรค ไม่ใช่ ขอความกรุณา เราต้องสื่อสารให้ตรงกันด้วยข้อเท็จจริง ไม่อย่างนั้นใครโพสต์อะไรขึ้นมา เป็นประเด็นปราศจากข้อเท็จจริง เพราะกระบวนการมีขั้นตอนตรวจสอบ มีการรีเช็คทุกขั้นตอน ให้เข้าใจตรงกัน
สำหรับกรณีจังหวัดพะเยา ที่เจ้าหน้าที่ตอนแรกรับสารภาพแล้วภายหลังให้การปฏิเสธขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น นายภาสกร กล่าว่า กรณีนี้กรรมการประจำหน่วยได้มีการฉีกบัตรเลือกตั้งสองประเภท ประเภทละ 7 ใบ เพื่อเตรียมการหย่อนลงในหีบ แต่ยืนยัรยังไม่มีการหย่อนบัตรลงหีบ และถูกเจ้าหน้าที่พบเห็นก่อน จึงถูกควบคุมส่งพนักงานสอบสวน
ส่วนกรณีมีอุปกรณ์เลือกตั้งของ กกต. วางจำหน่ายในแพลตฟอร์มออนไลน์ นายภาสกร ระบุว่า อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง
ส่วนตอนนี้มีการติดแฮชแท็ก “นับใหม่ทั่วประเทศ” กกต. จะมีการตั้งหลักและอยากจะสื่อสารอย่างไรบ้าง นายภาสกร กล่าวว่า ตามที่เรียนไปว่ามีกรอบของกฎหมาย ไม่ใช่ว่าใครจะสั่งให้นับคะแนนใหม่ที่นี่ได้เลย ต้องดูก่อนว่ากระบวนการระหว่างลงคะแนนและนำคะแนนมีกระบวนการที่ไม่ชอบมาพากล ทักท้วงคัดค้านหรือไม่ ระหว่างการนับคะแนนผิดพลาดหรือไม่ ซึ่งต้องยื่นเสนอต่อ กกต. / คณะกรรมการการเลือกตั้งก็ไม่สามารถสั่งให้นับคะแนนใหม่โดยไม่เป็นไปตามกฎของกฎหมายด้วย
นายครรชิต กล่าวเสริมว่า ต้องทำความเข้าใจการแบ่งอำนาจหน้าที่ระหว่างกรรมการประจำหน่วยกับคณะกรรมการการเลือกตั้งชุดใหญ่ โดยหลังจากปิดหีบและส่งบัตรเรียบร้อยแล้ว อำนาจในการเปิดหีบตรวจสอบซ้ำจะเป็นของคณะกรรมการการเลือกตั้งชุดใหญ่เท่านั้น
การตรวจสอบข้อเท็จจริงจะเกิดขึ้นได้สองกรณี คือ มีคำร้องพร้อมพยานหลักฐาน หรือคณะกรรมการการเลือกตั้งพบความผิดปกติจากข้อมูลหรือคลิปที่ปรากฏ ซึ่งล่าสุดได้มีมติให้ชุดสืบสวนของส่วนกลางลงพื้นที่ตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายใน 2 วัน โดยยึดพยานหลักฐานเป็นสำคัญ ไม่เลือกปฏิบัติต่อฝ่ายใด
ปัจจุบันมีคำร้องเรียนทั่วประเทศรวม 113 เรื่อง โดย กกต. จะเร่งตรวจสอบทุกเรื่องอย่างรอบคอบและเป็นธรรม พร้อมขอความร่วมมือประชาชนที่รวมตัวกันในพื้นที่ว่า การดำเนินการทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย หากพบความผิดปกติสามารถใช้สิทธิร้องเรียนตามขั้นตอน กกต. ยืนยันว่าจะตรวจสอบทุกกรณีอย่างเป็นธรรม และขอให้ประชาชนมั่นใจในกระบวนการเลือกตั้ง
ระหว่างการตรวจสอบหีบบัตรในเขต1 ชลบุรี ที่ขณะนั้นจะขนไปเก็บรักษาไว้ที่ที่ปลอดภัย แต่พอมีเหตุก็ต้องเก็บไว้ที่โรงยิมดัวกล่าวก่อน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลรักษาไว้ไม่มีการเคลื่อนย้ายไปไหน จนกว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งจะมีมติ
นอกจากนี้ระหว่างการแถลงข่าว มีนักศึกษากลุ่มหนึ่งที่ออกมาชูป้ายเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ ซึ่งทั้งหมดต่างระบุว่าไม่เชื่อมั่นในการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง แล้ววันนี้จะขอเข้าไปแค่สังเกตการณ์การแถลงข่าวก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเชิญออกมาจากห้องด้วย พร้อมย้ำว่าขอให้มีการ “นับใหม่ทั่วประเทศ“
ส่วนการเจอเอกสารใบนับคะแนนในถังขยะถือว่าผิดกระบวนการหรือไม่ และคนที่ผิดต้องเป็นใคร นายภาสกร กล่าวว่า เอกสารอยู่ ณสถานที่ที่กำลังรวบรวมไปจัดเก็บตามที่บอกไป ฉะนั้นเป็นเอกสารของกกต. เขต ซึ่งอยู่ในสถานที่ที่กกต. เขต รวบรวมเป็นสถานที่การปฏิบัติงาน เพราะฉะนั้นการกระทำที่ไม่ถูกต้องหรือปล่อยให้มีการไปทิ้งถังขยะ ก็เป็นภารกิจที่ต้องไปสอบสวน ซึ่งจะทราบภายใน 2 วันนี้