พนมเปญ – วิกฤตมนุษยธรรมหน้าสถานทูตอินโดนีเซีย สะท้อนความโหดร้ายของขบวนการค้ามนุษย์ หลังทางการกัมพูชาเปิดปฏิบัติการกวาดล้าง “รังสแกมเมอร์” ครั้งใหญ่ ส่งผลให้เหยื่อชาวอินโดนีเซียกว่า 400 ชีวิต ที่เคยถูกกักขังและบังคับทำงาน ได้รับอิสรภาพและแห่มาขอความช่วยเหลือเพื่อกลับบ้านเกิด
เมื่อวันที่ 19 มกราคม ที่ผ่านมา บรรยากาศบริเวณหน้าสถานเอกอัครราชทูตอินโดนีเซีย ณ กรุงพนมเปญ เต็มไปด้วยความโกลาหลและความหวัง เมื่อฝูงชนชาวอินโดนีเซียจำนวนมากมารวมตัวกันเพื่อขอความคุ้มครอง หลังจากหลุดพ้นจากเครือข่ายหลอกลวงทางไซเบอร์ (Cyberscam)

เผยตัวเลขน่าตกใจ: 18 วัน เหยื่อทะลัก 440 คน นายซานโต ดาร์โมซูมาร์โต (Santo Darmosumarto) เอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำกัมพูชา ได้เปิดเผยข้อมูลผ่านอินสตาแกรมที่สะท้อนถึงความรุนแรงของปัญหา โดยระบุว่าเพียงแค่ช่วงวันที่ 1 ถึง 18 มกราคม 2569 มีชาวอินโดนีเซียถึง 440 คน ที่เดินทางมายังสถานทูต
คนกลุ่มนี้คือ “ผู้ที่ได้รับการปล่อยตัวจากแก๊งต้มตุ๋นออนไลน์” ซึ่งส่วนใหญ่ตกอยู่ในสภาพบอบช้ำและมีความต้องการเพียงอย่างเดียวคือการได้เดินทางกลับบ้านไปหาครอบครัว

ผลพวงจากการ “เด็ดหัว” ระดับสั่งการ การทะลักออกมาของเหยื่อจำนวนมากในครั้งนี้ เป็นผลสืบเนื่องมาจากมาตรการขั้นเด็ดขาดของรัฐบาลกัมพูชา ที่ประกาศปฏิบัติการกวาดล้างธุรกิจผิดกฎหมายระลอกใหม่ โดยมีรายงานว่าทางการสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ถูกระบุว่าเป็น “ระดับหัวหน้าแก๊งคนสำคัญ” ได้สำเร็จ ทำให้เครือข่ายสแกมเมอร์เกิดความระส่ำระสายจนนำไปสู่การปล่อยตัวเหยื่อ หรือทำให้เหยื่อสามารถหลบหนีออกมาได้
เหตุการณ์นี้ตอกย้ำให้เห็นถึงชะตากรรมของแรงงานข้ามชาติจำนวนมาก ที่ถูกหลอกมาเป็นเครื่องมือในอุตสาหกรรมต้มตุ๋นออนไลน์ ซึ่งยังคงเป็นปัญหาใหญ่ในภูมิภาคนี้