
เช้ามืดวันที่ 30 กันยายน 2568 อิทธิพลของพายุ “บัวลอย” ทำให้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ และเขตติดต่อ อ.ด่านซ้าย จ.เลย ส่งผลให้แม่น้ำป่าสักและลำห้วยหลายสายมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเอ่อล้นตลิ่ง ไหลเข้าท่วมบ้านเรือน พื้นที่เกษตร รวมถึงเส้นทางคมนาคมหลายจุดได้รับผลกระทบ
อำเภอหล่มเก่า ได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยมีน้ำท่วมแล้ว 2 ตำบล 8 หมู่บ้าน ได้แก่ ต.นาแซง เริ่มท่วมตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ 29 กันยายน บ้านเรือนถูกน้ำท่วมรวม 15 หลังคาเรือน ส่วนต.ตาดกลอยน้ำท่วมหนักตั้งแต่ช่วงตีหนึ่งกว่า รวม 435 หลังคาเรือน ขณะที่ถนนสายกกกะทอน–น้ำหนาว บริเวณสะพาน S-33 น้ำท่วมสูง รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ ต้องใช้เส้นทางเลี่ยงแทน
ระดับน้ำแม่น้ำป่าสักที่สะพาน S-33 วัดได้ 10.14 เมตร สูงกว่าตลิ่ง 1.30 เมตร และยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากยังมีฝนตกและน้ำจากพื้นที่เหนือไหลมาสมทบ ส่วนลำน้ำพุงที่ฝายวังสิม ระดับน้ำอยู่ที่ 2.40 เมตร ห่างจากจุดล้นตลิ่ง 3.60 เมตร และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
อำเภอหล่มสัก สถานการณ์เริ่มวิกฤตเช่นกัน ระดับน้ำแม่น้ำป่าสักเพิ่มสูงอย่างต่อเนื่อง ฝายศรีจันทร์มีน้ำสูงกว่าสันฝาย 1.20 เมตร น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนริมตลิ่ง หมู่ 10 ต.ท่าอิบุญ ขณะที่ฝายบ้านวังร่อง ระดับน้ำสูง 4.65 เมตร สูงกว่าระดับวิกฤติ 1.65 เมตร และที่สะพานตาลเดี่ยว ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 0.50 เมตร ทำให้บ้านท่ามะกล้วย ต.วัดป่า ถูกน้ำท่วมหลังคันกั้นน้ำพังลง อ่างเก็บน้ำห้วยขอนแก่นมีน้ำล้นสะพานฉุกเฉิน 30 เซนติเมตร และเปิดระบายเต็มที่สองบาน
ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน เกิด ดินสไลด์ บนทางหลวงหมายเลข 12 ตอนน้ำดุก–ห้วยซำมะคาว อ.น้ำหนาว ปิดกั้นเส้นทาง เจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการและสามารถเปิดให้สัญจรได้ 1 ช่องทางแล้ว
ขณะที่ถนนหมายเลข 2216 ช่วงโคกมน–กกกะทอน เคยถูกน้ำท่วมตั้งแต่เวลา 03.40 น. แต่ล่าสุดระดับน้ำลดลง การจราจรกลับสู่สภาวะปกติ
ขณะนี้ยังคงมีเมฆฝนปกคลุมพื้นที่โดยมีฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลางในหลายจุด ทางการจึงแจ้งเตือนประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยริมแม่น้ำ ลำห้วย และพื้นที่ลุ่มต่ำ ให้ขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง พร้อมติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด และให้หน่วยงานท้องถิ่นเตรียมกำลังคนและอุปกรณ์ เพื่อให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง







