คัดลอก URL แล้ว
โพลล์ชี้ สถานการณ์ไทย-กัมพูชาไม่ปรกติ น่ากังวล เกินครึ่งมอง “ไม่ควรคบหา”

โพลล์ชี้ สถานการณ์ไทย-กัมพูชาไม่ปรกติ น่ากังวล เกินครึ่งมอง “ไม่ควรคบหา”

ท่ามกลางสถานการณ์ชายแดนที่ยังคงคุกรุ่น แม้ไม่มีเสียงปืนดังขึ้น ผลสำรวจล่าสุดจาก “นิด้าโพล” ได้สะท้อนภาพความรู้สึกของคนไทยออกมาอย่างน่าสนใจ เมื่อเสียงส่วนใหญ่ไม่เพียงแต่มองว่าสถานการณ์ยังคง “ไม่ปกติและน่ากังวล” แต่ยังแสดงความไม่ไว้วางใจต่อประเทศกัมพูชาในฐานะ “เพื่อนบ้าน” อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน อะไรคือสาเหตุที่นำมาสู่รอยร้าวลึกในความสัมพันธ์ระหว่างสองชาติ และอนาคตจะเป็นอย่างไรต่อไป?

“ไม่ปกติ-ไม่ไว้วางใจ” เสียงส่วนใหญ่จากคนไทย

จากการสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศของนิด้าโพล เมื่อวันที่ 18-19 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา พบว่าคนไทยเกือบทั้งหมด หรือกว่า 97% มองสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาว่ายังไม่ปกติจริง โดยกลุ่มใหญ่ที่สุด (44.96%) ระบุว่า “เหตุการณ์ไม่ปกติเลย และน่ากังวล” ขณะที่มีเพียง 2.14% เท่านั้นที่เชื่อว่าสถานการณ์เป็นปกติและไม่มีอะไรน่าห่วงตัวเลขนี้บ่งชี้ชัดว่า ความขัดแย้งที่ผ่านมาได้สร้างบาดแผลและความหวาดระแวงฝังลึกในใจของคนไทย แม้สถานการณ์บนหน้าสื่อจะดูเงียบสงบลงก็ตาม

มองมหาอำนาจแทรกแซง เพราะ “ผลประโยชน์” ไม่ใช่ “สันติภาพ”

อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือมุมมองต่อบทบาทของประเทศมหาอำนาจ ผลสำรวจชี้ว่าคนไทยกว่า 64.73% เชื่อว่าการเข้ามาของมหาอำนาจนั้นมีเบื้องหลังคือ “การแสวงหาผลประโยชน์” และมีเพียง 8.85% ที่เชื่อว่ามหาอำนาจต้องการเข้ามาสร้างสันติภาพอย่างแท้จริง สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจของคนไทยต่อเกมการเมืองระหว่างประเทศ ที่มักมีผลประโยชน์ของชาติมหาอำนาจเป็นตัวแปรสำคัญอยู่เสมอ และยังสอดคล้องกับความต้องการของประชาชน 17.10% ที่อยากให้ไทยปฏิเสธการแทรกแซงจากภายนอกโดยสิ้นเชิง

จุดแตกหัก? เมื่อเพื่อนบ้านกลายเป็น “คนที่ไม่ควรคบ”

ผลลัพธ์ที่น่าตกใจที่สุด อาจเป็นทัศนคติต่อประเทศกัมพูชาในฐานะเพื่อนบ้าน เมื่อคนไทยกว่าครึ่ง หรือ 54.12% ระบุว่ากัมพูชา “เป็นเพื่อนบ้านที่ไม่ควรคบด้วย” และอีก 29.39% มองว่า “คบได้ แต่ไม่ควรไว้วางใจ” รวมแล้วกว่า 83% ที่มองเพื่อนบ้านด้วยสายตาที่เป็นลบอย่างชัดเจน มีเพียง 1.91% เท่านั้นที่ยังคงรู้สึกว่าเป็นเพื่อนบ้านที่คบกันได้เหมือนเดิม

ตัวเลขนี้คือสัญญาณอันตรายต่อความสัมพันธ์ในระยะยาว เพราะทัศนคติของประชาชนคือรากฐานสำคัญของนโยบายต่างประเทศ เมื่อความไว้วางใจถูกทำลายลงจนเกือบหมดสิ้น การฟื้นฟูความสัมพันธ์ในระดับประชาชนและระดับรัฐบาลย่อมเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น และอาจกลายเป็นระเบิดเวลาที่รอวันปะทุขึ้นอีกครั้งในอนาคต หากไม่มีการจัดการความสัมพันธ์ที่ดีพอ

ผลสำรวจครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่ตัวเลขทางสถิติ แต่เป็นเสียงสะท้อนที่รัฐบาลและผู้มีอำนาจต้องรับฟังอย่างจริงจัง ว่าจะนำพาความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาที่บอบช้ำนี้ เดินไปในทิศทางใดต่อไป บนเส้นทางที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวงและความไม่ไว้วางใจ

ผลสำรวจฉบับเต็ม

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เหตุการณ์ปกติ !” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 18-19 สิงหาคม 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

จากการสำรวจเมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนต่อสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นเหตุการณ์ที่ดำเนินไปตามปกติ พบว่า ตัวอย่าง

ด้านความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการแทรกแซงของประเทศมหาอำนาจในสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา พบว่า ตัวอย่าง

ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อประเทศกัมพูชาในฐานะเพื่อนบ้านของไทยจากสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ในขณะนี้ พบว่า ตัวอย่าง


ข่าวที่เกี่ยวข้อง