ที่ จ.อุทัยธานี ถูกฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องทั่วทุกพื้นที่มาตั้งแต่เริ่มการฤดูการทำนาปี จนเกษตรกรชาวนาต่างออกมาเร่งไถนาเตรียมพื้นที่เพาะปลูกข้าวกันอย่างคึกคัก โดยชาวนาส่วนใหญ่พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าต้นทุนการทำนาสูงมาก ลงทุนทำนาจนถึงเก็บเกี่ยวมีต้นทุนสูงถึงไร่ละ 5–6 พันบาท และยังไม่รู้ว่าเมื่อถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยวราคาข้าวจะราคาตันละเท่าไร อาจจะถึงขั้นต้องขาดทุนกันอย่างย่อยยับเลยทีเดียว
จากการสอบถามชาวนาในพื้นที่ เล่าว่า การทำนามีความลำบาก ต้องใช้ต้นทุนที่สูงมาก และชาวนาต้องรอดูชะตากรรมอย่างเดียว วอนขอให้รัฐบาลหันมาช่วยเกษตรกรชาวนาอย่างจริงจัง แต่รัฐบาลไม่เคยเหลียวแลแก้ไขปัญหา แต่ไปแก้ปัญหาให้กับชาวสวนทุเรียนก่อน โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี ที่ลงพื้นที่ด้วยตัวเอง เพื่อไปแก้ไข้ปัญหาต้นทุนการผลิต ส่งเสริม และสนับสนุนชาวสวนทุเรียนมากกว่าเกษตรกรชาวนา ทั้งที่ชาวนาเป็นเกษตรกรที่มีมากที่สุดในประเทศ
ขณะที่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินหน้านโยบายเศรษฐกิจเพื่อคนตัวเล็ก ล่าสุดมีมติคณะรัฐมนตรี เห็นชอบปลดล็อกข้อจำกัดสำคัญในอุตสาหกรรมข้าวไทย โดยอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวง ปรับลดค่าธรรมเนียมการประกอบการค้าข้าว สำหรับผู้ส่งออก และยกเว้นค่าธรรมเนียมให้กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ และเกษตรกรรายย่อย เพื่อเปิดโอกาสให้สามารถส่งออกข้าวได้ด้วยตนเอง
ทั้งนี้ การปรับปรุงกฎหมายดังกล่าว ถือเป็นการปฏิรูปวงการส่งออกข้าวไทย สามารถแก้ไขปัญหาทุนข้าวผูกขาด ซึ่งจะส่งผลให้เกษตรกร และผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) สามารถแข่งขันในการส่งออกข้าวไปตลาดข้าวโลกได้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ปัจจุบัน