คัดลอก URL แล้ว
“เพื่อไทย” โว รัฐบาลเปิดตลาดฟิลิปปินส์สำเร็จ ไทยส่งออก “เนื้อไก่-เป็ดดิบ” ไปขายได้เป็นครั้งแรก

“เพื่อไทย” โว รัฐบาลเปิดตลาดฟิลิปปินส์สำเร็จ ไทยส่งออก “เนื้อไก่-เป็ดดิบ” ไปขายได้เป็นครั้งแรก

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รายงานว่าในเดือนเมษายน 2568 ที่ผ่านมา ได้มีการร่วมหารือกับ H.E. Francisco P. Tiu Laurel, Jr. Secretary of the Department of Agriculture รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรของฟิลิปปินส์ ในประเด็นการเปิดตลาดสินค้าเกษตร คือ เนื้อสัตว์ปีกดิบ เช่น ไก่ และเป็ดจากไทยไปขายที่ประเทศฟิลิปปินส์

ล่าสุด กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมปศุสัตว์ได้รับแจ้งจากสถานทูตฟิลิปปินส์ ประจำประเทศไทยว่า หน่วยงาน National Veterinary Quarantine Service Division- BAI ให้การรับรองสถานประกอบการ 2 แห่งในประเทศไทย คือ 1. EST. 14 บางกอกแรนช์ และ 2. EST. 79 พนัสโพลทรีย์ ให้เป็นผู้ส่งออกเนื้อสัตว์ปีกดิบไปยังประเทศฟิลิปปินส์โดยได้รับการลงนามเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมการเผยแพร่ต่อสาธารณะ ในกระบวนการขั้นสุดท้าย โดยหน่วยงาน Bureau of Animal Industry – BAI ได้ขอความกรุณาจากกรมปศุสัตว์ ในการจัดส่งตัวอย่างหนังสือ Health Certificate สำหรับเนื้อสัตว์ปีก เพื่อให้ทาง BAI ได้พิจารณาข้อความรับรองต่าง ๆ ต่อไป ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์จะส่งร่าง H/C ให้ทาง BAI โดยเร็วต่อไป

ผลสำเร็จดังกล่าวถือว่าเป็นข่าวดีและโอกาสทอง ของพี่น้องเกษตรกรไทยที่เลี้ยงไก่และเป็ด ที่จะมีช่องทางส่งออกเนื้อสัตว์ดิบได้ เพราะที่ผ่านมาไทยเคยส่งออกได้แต่ไก่สุก ซึ่งเป็นการเปิดตลาดไก่ดิบได้เป็นครั้งแรก ทั้งนี้ คาดว่า 2 โรงงานข้างต้น จะสามารถส่งออกเนื้อไก่เนื้อเป็ดดิบไปฟิลิปปินส์ได้ปริมาณปีละ 5 พันตัน มูลค่า 500 ล้านบาท

ระยะต่อไปรัฐบาลจะเร่งให้มีการขยายการรับรองโรงงานอื่นต่อไป เพราะหากโรงงานไทยได้ขึ้นทะเบียนเพิ่มเติมอีก ก็จะมีโอกาสจะแชร์ตลาดนำเข้าเนื้อสัตว์ปีกดิบของฟิลิปปินส์ได้ถึงประมาณ 25% มูลค่านับหมื่นล้านบาท

ขณะที่ประชาชน แม่ค้า ต่างบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่าตั้งแต่ช่วงหลังสงกรานต์เป็นต้นมาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวสูงขึ้น และไม่มีทีท่าว่าจะลดลงตามประกาศกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เช่น เนื้อหมู เนื้อไก่ ไข่ไก่ ไข่เป็ด น้ำมันปาล์ม กะทิสด และผักฤดูร้อน อย่าง ถั่วพลู แตงกวา ปรับขึ้นราคาอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่สินค้าเกษตรล้นตลาด ทำให้ราคาตกต่ำ เช่น แตงโมกิโลกรัมละ 1 บาท มะม่วงกิโลกรัมละ 5-6 บาท พริกกิโลกรัมละ 2 บาท และยังมีมังคุด ทุเรียน ลำไย ที่มีแนวโน้มราคาตก

ท่ามกลางกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ มีแนวโน้มว่า นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์อาจจะถูกปรับตำแหน่งพ้น ครม. ส่วนหนึ่งมาจากความขัดแย้งระหว่าง สส. ภายในพรรคเพื่อไทย ที่มองว่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาราคาสินค้าแพง สินค้าเกษตรตกต่ำ และบรรลุการเจรจาขยายการค้าเสรี FTA สำเร็จน้อย อีกทั้งถูกประชาชนจับตามีส่วนทำให้การเจรจากำแพงภาษีสหรัฐอเมริกาล่าช้า ประเทศไทยเสียโอกาส


ข่าวที่เกี่ยวข้อง