รัฐบาลสเปนต้องประกาศภาวะฉุกเฉินรับมือกับเหตุการณ์ไฟฟ้าดับครั้งใหญ่ที่สุดในประเทศ ภายหลังจากที่เมื่อวานที่ผ่านมา ( 28 เม.ย. 2568 ) เวลาประมาณ 12:30 น. ตามเวลาในประเทศสเปน

โดยเหตุไฟฟ้าดับในครั้งนี้ ส่งผลให้ประชาชนหลายล้านคนได้รับผลกระทบ เนื่องจากกระแสไฟฟ้าดับส่งผลให้รถไฟหยุดให้บริการ โทรศัพท์ถูกตัด และไฟจราจรรวมถึงตู้ ATM ซึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบนั้นเกิดขึ้นในเมืองสำคัญ ๆ เช่น มาดริด บาร์เซโลนา เซบียา อาบีลา มูร์เซีย กาลิเซีย อาลีกันเต และซาราโกซา ของประเทศสเปน นอกจากนี้ ยังรวมไปถึง สองเมืองใหญ่ที่สุดของโปรตุเกส คือ ลิสบอนและปอร์โต รวมถึงบางพื้นที่ทางตอนใต้ของฝรั่งเศสด้วย
สาเหตุของไฟฟ้าดับที่เกิดขึ้น จนถึงขณะนี้ ยังคงไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่า เกิดจากสาเหตุใดกันแน่ ทำให้หลายฝ่ายคาดเดากันไปหลายสาเหตุ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ การโจมตีทางไซเบอร์ แต่ในเวลาต่อมา นายอันโตนิโอ คอสตา ประธานสภายุโรปเขียนในโพสต์บน X (twitter) ว่า ไม่เกี่ยวข้องกับการโจมตีทางไซเบอร์แต่อย่างใด
ในขณะที่ Red Eléctrica บริษัทจำหน่ายไฟฟ้าในสเปน ปฏิเสธที่จะระบุสาเหตุของการเกิดไฟฟ้าดับครั้งใหญ่ในครั้งนี้ โดยระบุว่า ยังไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน ระบุเพียงว่า เกิดขึ้นเวลาประมาณ 12.30 น. ตามเวลาในกรุงมาดริดเท่านั้น และการจะกู้ระบบกลับมานั้นอาจจะต้องใช้เวลานานกว่า 6-10 ชั่วโมง
ซึ่งล่าสุด นายกรัฐมนตรี เปโดร ซานเชซ ของสเปน ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า ในขณะนี้ ไฟฟ้ากลับมาจ่ายได้ 50% ของประเทศแล้ว ซึ่งได้มีการระดมเจ้าหน้าที่ และผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก เพื่อเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา
เช่นเดียวกับนายกรัฐมนตรี หลุยส์-มอนเตเนโกร ของโปรตุเกส ก็ได้ออกแถลงการณ์ ระบุว่า ได้ระดมเจ้าหน้าที่เพื่อแก้ไขปัญหานี้อย่างเต็มที่
Oscar Puente รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของสเปน ระบุว่า แม้ว่ากระแสไฟฟ้าจะจ่ายกลับมาแล้ว แต่ระบบการเดินรถไฟของประเทศยังคงคงได้รับผลกระทบและไม่สามารถใช้การได้อีกระยะ เนื่องจากต้องมีการตรวจสอบระบบอีกครั้ง
ในกรุงมาดริด ผู้คนจำนวนมากต่างมารอยืนโบกรถเพื่อเดินทางไปสนามบิน กลับบ้าน หรือไปทำธุระอื่น ๆ แทนการขึ้นรถไฟ ซึ่งแม้ว่า การเดินทางด้วยรถยนต์จะยังคงใช้การได้ แต่ถนนหลายสายก็ติดอย่างหนัก เนื่องจากสัญญาณไฟจราจรไม่สามารถใช้การได้ กลายเป็นปัญหาต่อเนื่อง
ผู้โดยสารรถไฟบางส่วนเผชิญกับปัญหารถไฟไม่สามารถให้บริการได้ และจอดค้างอยู่ในพื้นที่นอกเมือง ส่งผลให้ผู้โดยสารจำนวนมากต้องเฝ้ารอเจ้าหน้าที่เดินทางมาให้การช่วยเหลือลำเลียงออกจากพื้นที่ห่างไกล ส่วนผู้โดยสารรถไฟฟ้าใต้ดิน จำนวนมากต้องเดินทางเส้นทางรถไฟ เพื่อมายังสถานีที่ใกล้เคียง เพื่อต่อรถ หรือเดินทางในรูปแบบอื่นต่อ
โรงพยาบาลและบริการฉุกเฉินอื่นๆ หันมาใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าแทน ผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือผู้ป่วยที่ต้องนอนพักรักษาตัวที่บ้านซึ่งต้องใช้เครื่องให้ออกซิเจน ปั๊มน้ำมันหยุดทำงาน
ส่วนเครือข่ายโทรศัพท์มือถือส่วนใหญ่ไม่สามารถโทรออกหรือส่งข้อความได้ แม้ว่าบางคนจะสามารถเชื่อมต่อผ่านแอพส่งข้อความบางตัวที่มีการเชื่อมต่อข้อมูลไม่ต่อเนื่องก็ตาม ผู้คนต่างค้นหาวิทยุแบบใช้แบตเตอรี่ตามร้านต่างๆ เพื่อติดตามข่าวสาร
สำหรับสนามบินในสเปนยังคงสามารถประคับประคองการให้บริการได้ โดยใช้ระบบไฟฟ้าสำรอง แต่ก็ยังส่งผลกระทบให้เครื่องบินหลายสายล่าช้าออกไป ในขณะที่ ในลิสบอน อาคารผู้โดยสารปิด และนักท่องเที่ยวนั่งอยู่ด้านนอกเพื่อรอติดตามสถานการณ์แทน
ส่งผลให้ต้องมีการเรียกประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติเป็นกรณีพิเศษ ภูมิภาค 4 แห่งของสเปนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและขอให้รัฐบาลกลางในมาดริดเข้ามาจัดการวิกฤตนี้แทน
ซึ่งแม้ว่า จะผ่านไป 11 ชั่วโมงแล้ว หลังจากที่เกิดกระแสไฟฟ้าดับครั้งใหญ่ ก็ยังคงไม่สามารถจ่ายไฟฟ้ากลับมาได้เต็มที่เหมือนปรกติ นอกจากนี้ หลายพื้นที่ยังรายงานว่า แม้กระแสไฟฟ้าจะกลับมาแล้ว แต่การจ่ายไฟฟ้ายังคงไม่ปรกติ ทำให้บางพื้นที่มีไฟฟ้าใช้ บางพื้นที่มีกระแสไฟฟ้าตก
นอกจากนี้ สินค้าในร้านสะดวกซื้อหลายแห่ง ถูกซื้อออกไปจนเกลี้ยง เนื่องจากประชาชนจำนวนไม่น้อย กังวลว่า จะไม่สามารถหาซื้อสินค้าจำเป็นได้ หากไฟฟ้ายังคงดับต่อเนื่อง หลายครอบครัวใช้เตาไฟฟ้า จึงไม่สามารถที่จะประกอบอาหารได้ จำเป็นต้องซื้อหาอาหารสำเร็จรูปไว้สำรองแทน รวมถึงน้ำดื่ม