วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุถึงภาพรวมผลการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ว่าพอใจกับผลการเลือกตั้ง เนื่องจากตั้งแต่กำหนดวันเลือกตั้ง ทุกคนก็ช่วยกันลงพื้นที่ แต่ยอมรับว่าเสียดายที่ไม่ได้เก้าอี้จังหวัดเชียงรายและลำพูน พร้อมเปิดเผยว่าหลังจากนี้จะนำผลที่ได้มาวิเคราะห์ทั้งในพื้นที่ที่ชนะและแพ้ เพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไข โดยเฉพาะในพื้นที่ที่คะแนนสูสี ที่เกือบจะได้ แต่กลับไม่ได้เพราะอะไร และได้มีการพูดคุยกับนายทักษิณ ชินวัตร ในการปรับกลยุทธ์เตรียมความพร้อมการเลือกตั้งสนามใหญ่ในปี 2570 มาโดยตลอด
สำหรับผลการเลือกนายก อบจ. เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (1 ก.พ.) แม้ล่าสุดยังต้องรอการประกาศผลอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แต่จากการนับคะแนนพบว่าผู้สมัครจากกลุ่มบ้านใหญ่ที่ทำงานการเมืองระดับท้องถิ่นได้ไปถึง 22 จังหวัด ส่วนผู้สมัครที่ได้รับการสนับสนุนจากพรรคการเมือง พรรคเพื่อไทยกวาดไปได้มากสุด 10 จังหวัด รองลงมาคือผู้ที่มีความเชื่อโยงกับพรรคภูมิใจไทย ได้ไป 9 จังหวัด พรรคชาติไทยพัฒนา 2 จังหวัด พรรคประชาชาติ 2 จังหวัด พรรคกล้าธรรม 2 จังหวัด และพรรคประชาชนได้ไปเพียง 1 จังหวัดคือที่ลำพูน ซึ่งนายวีระเดช ภู่พิสิฐ เอาชนะผู้สมัครพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นบ้านใหญ่ลำพูนไปได้
สำหรับพื้นที่ที่มีการแข่งขันกันสูงและเป็นพื้นที่ฐานเสียงเดิมของพรรคเพื่อไทยอย่างที่จังหวัดเชียงใหม่แม้ นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร จากพรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นแชม์เก่า จะชนะผู้สมัครจากพรรคประชาชนไปกว่า 20,000 คะแนน แต่ที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งนายทักษิณ ชินวัตรได้ลงพื้นที่ไปช่วยนางสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช ผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยหาเสียง ก็ยังแพ้ให้กับนางอทิตธร วันไชยธนวงศ์ แชมป์เก่าที่มีสายสัมพันธ์กับพรรคภูมิใจไทยไปกว่า 19,000 คะแนน
เช่นเดียวกับในพื้นที่ภาคอีสาน อย่างที่จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งนายทักษิณลงพื้นที่ช่วยนายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ หาเสียงด้วยการประกาศยุทธการไล่หนูตีงูเห่าภาค 2 ก็ยังแพ้ให้กับแชมป์เก่าคือนายวิชิต ไตรสรณกุล พ่อของนางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ด้วยคะแนนที่ทิ้งห่างกว่า 126,000 คะแนน
ส่วนสนามภาคกลางทั้ง 10 จังหวัด ประชาชนยังทุ่มคะแนนให้บ้านใหญ่แชมป์เก่าชิงเก้าอี้ไปด้วยคะแนนที่นำโด่ง เช่นเดียวกับภาคตะวันออก 6 จังหวัด ซึ่งพื้นที่ที่ถูกจับตาคือที่จังหวัดปราจีนบุรี นางสาวณภาภัช อัญชสาณิชมน ภรรยาของ นายชัยเมศร์ หรือสจ.โต้ง ที่ถูกยิงเสียชีวิต ลงสมัครในนามของพรรคเพื่อไทย สามารถชิงเก้าอี้ไปได้ โดยคะแนนนำคู่แข่งซึ่งเป็นผู้สมัครจากพรรคประชาชนไปกว่า 68,000 คะแนน
ขณะที่ภาคใต้ สนามเลือกตั้งที่ดุเดือดอย่างที่จังหวัดนราธิวาส แชมป์เก่าก็ยังคว้าเก้าอี้ไปได้ โดยนายกูเซ็ง ยาวอหะซัน อดีตสส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ชนะนายอับดุลลักษณ์ สะอิ ซึ่งมีน้องชายเป็นสส.นราธิวาส พรรคภูมิใจไทย และได้รับการสนับสนุนจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ด้วยคะแนนทิ้งห่างกว่า 9,000 คะแนน