“อโศกโมเดล” กทม.-สสส.-บชน.-ภาคีเครือข่าย เดินหน้ายกระดับ “ทางข้ามปลอดภัย” ปรับโฉมทางเท้า-ป้ายรถเมล์-จุดข้ามถนนทั่วเมือง ชูธงแดง “หยุดให้คนข้าม” หลังพบคนขับหยุดให้คนข้ามทางม้าลายเพียง 8% เร่งพัฒนาทางข้ามกว่า 3,123 จุดทั่วกรุง ดันอโศกต้นแบบเมืองเดินได้ เดินดี และเดินปลอดภัยอย่างแท้จริง

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 15 พ.ค. 2569 นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร กทม. ลงพื้นที่จัดกิจกรรม “อโศกโมเดล” ร่วมกับภาคีเครือข่ายจาก กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ทีม MAYDAY! และ Grab ณ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ถนนอโศกมนตรี เขตวัฒนา กรุงเทพฯ เพื่อร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่อโศก-สุขุมวิท สู่ต้นแบบ “เมืองเดินได้ เดินดี และเดินปลอดภัย” อย่างเป็นรูปธรรม นายวิศณุ กล่าวว่า กทม. ร่วมกับภาคีเครือข่ายสุขอโศก และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) เดินหน้าขับเคลื่อน “อโศกโมเดล” เพื่อยกระดับย่านอโศก-สุขุมวิท ให้เป็นต้นแบบเมืองเดินได้ เดินปลอดภัย และเชื่อมต่อการเดินทางสาธารณะอย่างไร้รอยต่อ ภายใต้แนวคิด First-Mile/Last-Mile ลดการพึ่งพารถยนต์ส่วนบุคคล และส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะได้สะดวกมากขึ้น



“สำหรับพื้นที่ถนนอโศกมนตรี กรุงเทพมหานครได้ปรับปรุงทางข้ามม้าลาย ป้ายศาลา และป้ายหยุดรถโดยสาร 2 จุดสำคัญ ได้แก่ บริเวณอาคารเสริมมิตร และแยกสุขุมวิท-อโศก พร้อมเพิ่มโครงการจักรยานสาธารณะ BMA Bike Sharing เพื่อสนับสนุนการเดินทางระยะสั้นทดแทนการใช้รถยนต์ กทม.ยังให้ความสำคัญกับความปลอดภัยบริเวณทางข้าม โดยในปี 2569 ได้ปรับปรุงทางข้ามแล้วจำนวน 3,123 แห่ง แบ่งเป็นทางข้ามสีเทอร์โบพลาสติก 1,018 แห่ง ทางข้ามสีโคลด์พลาสติก 2,105 แห่ง จุดไฟกระพริบเตือนทางข้าม 1,024 แห่ง และทางข้ามแบบกดปุ่มอีก 353 แห่ง รวมถึงมีการพัฒนาทางข้ามแบบ Raised Crosswalk หรือการยกระดับทางข้าม เพื่อช่วยชะลอความเร็วรถ เพิ่มการมองเห็น และรองรับการใช้งานของผู้สูงอายุและผู้ใช้วีลแชร์ ตลอดจนเพิ่มเกาะพักคอยกลางถนนเพื่อช่วยให้ประชาชนข้ามถนนได้ปลอดภัยมากขึ้น” นายวิศณุ กล่าว

นางก่องกาญจน์ ทักษ์หิรัญฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สสส. กล่าวว่า สสส. ได้ร่วมขับเคลื่อนกิจกรรม “อโศกโมเดล” เนื่องจากถนนอโศกมนตรีเป็นพื้นที่ที่มีการสัญจรหนาแน่น ทั้งนักเรียน นักศึกษา คนทำงาน และประชาชนทั่วไป เพราะเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญของสถานศึกษาและย่านธุรกิจใจกลางกรุงเทพฯ จึงจำเป็นต้องยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยทางถนนอย่างจริงจัง จากสถิติการบาดเจ็บและเสียชีวิตของคนเดินเท้าจากอุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่กรุงเทพฯร จากข้อมูล บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด ปี 2567 พบว่ามีผู้บาดเจ็บถึง 4,477 คน และเสียชีวิต 62 คน ขณะเดียวกัน ผลสำรวจพฤติกรรมการหยุดรถบริเวณทางข้ามหรือทางม้าลายในพื้นที่กรุงเทพฯ จำนวน 24 จุด ของมูลนิธิไทยโรดส์ พบว่า มีผู้ขับขี่หยุดรถให้คนข้ามเพียง 8% เท่านั้น ขณะที่ 92% ยังไม่หยุดรถ โดยเฉพาะกลุ่มรถจักรยานยนต์ที่มีอัตราการหยุดรถต่ำที่สุด สะท้อนว่าสังคมไทยยังต้องเร่งสร้างวัฒนธรรม ‘หยุดให้คนข้าม’ เพื่อไม่ให้ต้องมีผู้สูญเสียอีก


“สสส. และเครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต ได้ร่วมผลิต ‘ธงแดง’ นำร่องเป็นโมเดลให้พื้นที่อื่นๆ นำไปใช้ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือในการเตือนใจผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนให้ ‘หยุดรถให้คนข้ามทางม้าลาย’ รวมถึงชะลอความเร็วเมื่อเห็นประชาชนยืนรอข้ามถนน โดยกองบัญชาการตำรวจนครบาลจะนำธงแดงที่ได้รับมอบในครั้งนี้ ส่งต่อไปยังสถานีตำรวจนครบาลทั้ง 88 แห่ง เพื่อนำไปใช้รณรงค์ในพื้นที่ชุมชน โดยเฉพาะบริเวณหน้าโรงเรียนและจุดเสี่ยงต่างๆ เพื่อร่วมกันสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยบนท้องถนนให้เกิดขึ้นในสังคมไทยอย่างยั่งยืน” นางก่องกาญจน์ กล่าว



นางก่องกาญจน์ กล่าวต่อว่า สสส. มอบ “ธงแดง” เพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์ “หยุดให้คนข้าม” ขณะนี้ กรุงเทพมหานครได้ติดตั้งกล่องใส่ธงแดงและธงแดงแล้วเสร็จจำนวน 15 จุด ในจุดทางข้ามหน้าสถานศึกษาและโรงพยาบาลทั่วกรุงเทพฯ ขณะที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ยังร่วมสนับสนุนการดูแลความปลอดภัยบริเวณทางข้าม ผ่านการกวดขันวินัยจราจร การบังคับใช้กฎหมาย และการส่งเสริมให้ผู้ขับขี่ชะลอความเร็วเมื่อเข้าใกล้ทางข้าม ตามสโลแกน “หยุด มอง ยก ข้าม”เพื่อผลักดันให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่ประชาชนสามารถ “เดินได้ เดินดี และเดินอย่างปลอดภัย” อย่างแท้จริง