ข่าว “อาม่า“ กว้านซื้อที่ดิน 500 ไร่ ทำโครงการแลนด์บริดจ์ เพราะคาดหวังจะเห็นฝ่ายค้าน กระชากโฉมหน้า ”ไอ้โม่ง“ ออกมาให้สังคมได้เห็น
แต่ต้อง ”ผิดหวัง” จากคำพูดของ ”ลิซ่า“ ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน ที่ระบุว่า ”ช่วง 2-3 เดือนมานี้ มีการกว้านซื้อที่ดินไป 500 ไร่ จากบริษัทนอมินี ที่คนในพื้นที่รู้จักกันในนามของ “อาม่า” ไม่มีตรงไหนเลยที่บอกว่าเป็นบริษัท อาม่า มารีน“
เมื่อพูดคำว่า “อาม่า” ในบริบทการกว้านซื้อที่ดิน แล้วตามด้วยการเชื่อมโยงไปยังเครือญาติของรัฐมนตรี สังคมย่อมเข้าใจได้ทันทีว่ากำลังสื่อถึงใคร ต่อให้ภายหลังจะอธิบายว่า “ไม่ได้หมายถึงบริษัทนั้น” ก็ยากจะปฏิเสธผลที่เกิดขึ้นในทางสาธารณะ
แต่สิ่งที่น่าคิดที่สุดในปม “อาม่า” ไม่ใช่การที่บริษัทออกมาชี้แจง แต่คือการที่การเมืองไทยเริ่มคุ้นชินกับการใช้ “คำใบ้” แทน “ข้อกล่าวหาที่มีหลักฐาน” พาลให้นึกถึง “ข่าวบันเทิง” ใต้เตียงดารา ที่ใช้อักษรย่อสร้างกระแสให้คนติดตาม สร้างยอดไลค์ ยอดแชร์
ที่แปลกคือ ฝ่ายที่ออกมาพูดกลับทำเหมือนตัวเองเป็นเพียง “ผู้ตั้งคำถาม” ทั้งที่ในความเป็นจริง คำพูดเหล่านั้นสร้างภาพจำและข้อสรุปทางสังคมไปแล้วเรียบร้อย โดยแทบไม่ต้องใช้หลักฐานใดเพิ่มเติม
ตลอดการแถลงข่าว เราได้ยินคำใหญ่โตทั้ง “ทุนใหญ่” “กว้านซื้อ” “กินรวบ” “ผลประโยชน์ทับซ้อน” แต่สิ่งที่ยังไม่เห็น คือข้อมูลที่หนักพอจะรองรับคำเหล่านั้น
ไม่มีรายชื่อผู้ถือครอง
ไม่มีเส้นทางการเงิน
ไม่มีเอกสารกรรมสิทธิ์
ไม่มีหลักฐานว่าเกี่ยวข้องกับบริษัทที่ถูกสังคมโยงจริงหรือไม่
นี่คือจุดที่การตรวจสอบของฝ่ายค้านที่เริ่มเปลี่ยนรูป จาก “การค้นหาความจริง” ไปสู่ “การสร้างแรงกดดันทางการเมือง”
ยิ่งน่าสังเกตว่า เมื่อบริษัทออกมาปฏิเสธ กลับถูกใช้เป็นหลักฐานทางอารมณ์ว่า “ถ้าไม่เกี่ยวจะรีบชี้แจงทำไม” แถมผู้เปิดประเด็นกลับ หัวร่อ ย้อนเหน็บ “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม ที่ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงว่าเป็น “จังหวะนรก”
ตรรกะแบบนี้อันตราย เพราะมันหมายความว่า “ชี้แจงก็ผิด ไม่ชี้แจงก็ถูกว่ามีพิรุธ”
แต่สุดท้ายเมื่อ “อาม่า มารีน” ออกมากางข้อเท็จจริงต่อสาธารณะ คนพูดแทบไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย ขอเพียงแค่โยนคำถามแรงๆ เข้าสู่สังคม ที่เหลือให้เป็นหน้าที่ของโลกออนไลน์ที่จะขยายความสงสัยต่อเอง
การเมืองไทยเดินมาถึงจุดที่ “คำใบ้” มีพลังมากกว่า “หลักฐาน” วันหนึ่งสังคมอาจไม่ได้กำลังตรวจสอบอำนาจ แต่กำลังปล่อยให้อารมณ์ตัดสินทุกอย่างแทนเหตุผล
////
