คัดลอก URL แล้ว

“วันนอร์” เดือด! ปลุกพลังประชาชาติสู้ “อิทธิพลมืด” คดีบุกยิง “กมลศักดิ์” แฉมีคนบงการใช้เงิน-อำนาจรัฐ

วันที่ 26 เมษายน 2569 ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (ม.อ.ปัตตานี) พรรคประชาชาติได้จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 โดยในช่วงบ่าย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ ได้กล่าวปิดการประชุม พร้อมแสดงจุดยืนทางการเมืองที่เข้มข้น โดยเฉพาะประเด็นการต่อสู้เพื่อความยุติธรรมจากกรณีความพยายามลอบสังหาร นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ เมื่อวันที่ 20 มีนาคม ที่ผ่านมา

นายวันมูหะมัดนอร์ เริ่มต้นกล่าวชี้แจงต่อสมาชิกพรรคว่า ชัยชนะที่พรรคต้องไขว่คว้าในเวลานี้ ไม่ใช่เพียงการเลือกตั้งในอีกไม่เกิน 4 ปีข้างหน้า แต่คือการต่อสู้กับ “ความไม่ชอบธรรม” ที่กำลังคุกคามคนทำงานเพื่อประชาชน

“วันนี้สิ่งที่เราต้องต่อสู้เพื่อให้ได้ชัยชนะ นั่นคือต้องหาความยุติธรรม ต่อคนที่ฉ้อฉล คนที่มีอิทธิพล คนที่ใช้อำนาจรัฐ และผู้ที่ใช้อำนาจเงินมาทำลายคนที่ทำงานเพื่อประชาชน เพื่อสิทธิมนุษยชน อย่างเช่น กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส. ของเรา นี่คือสิ่งที่ท้าทายพรรคประชาชาติอย่างมาก ถ้าเราไม่ให้ สส. ของเราได้รับความยุติธรรม ใครจะไว้วางใจให้เราทำงานดูแลประชาชนต่อไปได้”

นายวันมูหะมัดนอร์ ได้เปรียบเทียบเหตุการณ์ครั้งนี้กับประวัติศาสตร์การเมืองนราธิวาส เมื่อกว่า 50 ปีก่อน กรณีการสังหาร นายสมรรถ เอี่ยมวิโรจน์ อดีต ส.ส.นราธิวาส ที่ถูกยิงเสียชีวิตหน้าบ้านพักเพียงเพราะลุกขึ้นมาสู้เพื่อหลักการและพี่น้องมุสลิม โดยระบุว่านราธิวาสเป็นเมืองชายแดนที่มีผลประโยชน์มหาศาล ทั้งของเถื่อนและอิทธิพล ทำให้ผู้มีอำนาจรัฐมักใช้วิธีรุนแรงกำจัดฝ่ายตรงข้าม

“คดีของคุณสมรรถจับได้แค่คนยิงที่เป็นทหารชั้นผู้น้อย นอกนั้นหายไปหมด และคนที่จะต่อสู้เพื่อมนุษยชนในจังหวัดนราฯ ก็หายไปนาน… แต่อัลเลาะห์กำลังจะบอกว่า ถ้าคนนราธิวาสไม่ยอม และพวกเราไม่ยอม คดีนี้ (คดี นายกมลศักดิ์) ควรจะเกิดขึ้นเป็นคนสุดท้ายและครั้งสุดท้าย”

และยังได้เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความคืบหน้าของคดี โดยระบุว่าแม้เจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 5 ราย รวมถึงการตามไปรวบตัว ร้อยโทวิโรจน์ ได้ถึงฝั่งเมียนมา แต่เชื่อว่านี่ยังไม่ถึงที่สุด เพราะผู้ถูกจับกุมทั้งหมด นายกมลศักดิ์ไม่เคยรู้จักหรือมีเรื่องบาดหมางส่วนตัวด้วย

“รถจะมาเองได้ยังไง ปืนจะมาเองได้ยังไง คนไม่รู้จักจะมายิงกันได้ยังไง แน่นอนต้องมีคนบงการอยู่เบื้องหลัง” นายวันมูหะมัดนอร์กล่าว และตั้งข้อสังเกตว่าคนบงการน่าจะเป็นผู้ที่เสียผลประโยชน์จากการทำงานของนายกมลศักดิ์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการกฎหมายและสิทธิมนุษยชน

นอกจากนี้ ยังวิพากษ์วิจารณ์กลุ่มคนร้ายว่ามีความ “ตักกะโบบ” (ภาษามาลายู หมายถึง อหังการ/จองหอง) ถึงขั้นใช้รถของรัฐมาใช้ก่อเหตุ เพราะคิดว่ามีอำนาจและอิทธิพลคุ้มหัว พร้อมโต้แย้งข้ออ้างที่ว่ามือปืนเปลี่ยนใจไม่ยิงในภายหลังว่าเป็นเรื่องโกหกสิ้นดี เนื่องจากเป็นมือสังหารระดับนานาชาติที่รับเงินก้อนโตมาทำงาน

ในช่วงท้าย นายวันมูหะมัดนอร์ ยืนยันว่าพรรคประชาชาติจะเดินหน้าเรื่องนี้อย่างเต็มที่ โดยอาจเข้าเป็นผู้เสียหายร่วมและตั้งทนายความควบคู่ไปกับเจ้าหน้าที่รัฐ เนื่องจากเชื่อว่าฝ่ายตรงข้ามที่มีเงินและอิทธิพลจะสู้คดีไปจนถึงศาลฎีกาแน่นอน

“ผมขอดุอาอ์ต่อองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ว่า ขอให้ผมมีชีวิตอยู่ถึงวันนั้น วันที่ผู้บงการนี้ได้ชดใช้กรรมของเขาในเรือนจำ ขอให้ผมได้เห็นและได้ยิน… อย่าเหิมเกริม ปล่อยคนเหล่านี้ไม่ได้ เพราะมันจะทำให้คนอื่นเอาเป็นตัวอย่าง ว่ายิงคนได้ถ้ามีเงิน ทำได้ถ้ามีอำนาจรัฐ” นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงดุดัน


ข่าวที่เกี่ยวข้อง