คัดลอก URL แล้ว

“วีระพงษ์” ลาออก “รองหัวหน้าปชป.” พร้อมนั่งผู้แทนการค้าไทย หลัง “ศุภจี” ทาบทาม

วันที่ 12 เมษายน 2569 นายวีระพงษ์ ประภา ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อย่างเป็นทางการ ภายหลังจากที่ได้รับการทาบทามจาก นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้ไปดำรงตำแหน่งผู้แทนการค้าไทย โดยระบุข้อความว่า

” สวัสดีครับ ทุกท่าน วันนี้ผมมีเรื่องสำคัญอยากจะเรียนว่า ผมได้ลาออกจากการเป็นรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ความจริง กระบวนการทั้งหมดตรงไปตรงมากับทุกฝ่าย แต่เนื่องจากที่ปรากฏในสื่อ มีการตีความคาดเดาไปมากมาย ผมจึงอยากจะขอเรียนชี้แจ้งข้อเท็จจริง ดังนี้ครับ

ข้อแรก เหตุผลที่ผมลาออก เพราะผมได้รับการทาบทามให้ไปดำรงตำแหน่งผู้แทนการค้าไทย โดยรับผิดชอบงานเจรจาการค้ากับสหภาพยุโรป งานนี้ผมทำมาตั้งแต่เป็นผู้แทนการค้าไทยในรัฐบาลที่แล้ว และอยากจะทำต่อเนื่องให้สำเร็จ เพราะผมเชื่อว่าจะเกิดประโยชน์กับคนไทยได้มาก การเจรจานี้ดำเนินการมาหลายรัฐบาล ความต่อเนื่องจึงมีความสำคัญมากครับ

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผู้แทนการค้าไทยขับเคลื่อนงานให้รัฐบาล จึงอาจไม่สอดคล้องกับบทบาทของพรรคประชาธิปัตย์ที่ปัจจุบันอยู่ในฐานะตรวจสอบรัฐบาล ผมจึงขอลาออกจากการเป็นรองหัวหน้าพรรค เพื่อให้การทำงานมีความโปร่งใส และตรงไปตรงมาครับ

ข้อสอง แม้บทบาทจะเปลี่ยนไป แต่อุดมการณ์ผมไม่เคยเปลี่ยน ผมเข้าร่วมพรรคประชาธิปัตย์ เพราะผมประทับใจและเห็นตรงกับความคิดของท่านอภิสิทธิ์ที่อยากจะพัฒนาเศรษฐกิจไทยด้วยการเจรจาการค้าที่ทันโลก เที่ยงธรรม และเกิดผลจริง ผมยึดถืออุดมการณ์นี้มาโดยตลอด ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

ในช่วงหาเสียงที่ผ่านมา ผมได้ให้สัญญาไว้ว่าจะร่วมผลักดันการเจรจาการค้าให้สำเร็จ เมื่อผมได้มีโอกาสเข้าไปทำให้สัญญากลายเป็นความจริง ผมจึงตัดสินใจรับทำงานนี้ และวันนี้ไปในฐานะคนทำงาน ไม่ได้ยึดโยงกับพรรคการเมืองใด

สำหรับผู้ที่สนับสนุนผมในบทบาทของพรรคประชาธิปัตย์ ถ้าท่านสนับสนุนผม เพราะเห็นว่าผมเป็นคนรุ่นใหม่ที่จะช่วยขับเคลื่อนประเทศนี้ได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ผมยังยืนยันว่า ผมยังเป็นอาร์ทคนเดิม ไม่เคยเปลี่ยนแปลงครับ

ข้อสาม เรื่องกระบวนการซึ่งเป็นที่กล่าวถึงกันเป็นพิเศษ ผมขอเรียนว่า เมื่อผมได้รับการทาบทามอย่างเป็นทางการจากท่านศุภจี ผมในฐานะรองหัวหน้าพรรคได้รีบเรียนหารือกับท่านอภิสิทธิ์โดยไม่รอช้า ถึงการตอบรับและกระบวนการภายในพรรค โดยมีการติดต่อประสานงานอย่างต่อเนื่องและตรงไปตรงมา เพื่อความโปร่งใสและเป็นการเคารพในหน้าที่บทบาทของทุกฝ่าย ผมมั่นใจว่าทุกท่านต่างรักษากติกามารยาททางการเมือง โดยมีผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลักยึดที่สำคัญครับ

สุดท้ายนี้ ผมต้องขอขอบคุณท่านหัวหน้าอภิสิทธิ์ที่ให้การสนับสนุนการทำงานด้วยดีเสมอมา วิสัยทัศน์ ความสามารถ และความซื่อสัตย์สุจริตของท่านเป็นสิ่งที่ผมยึดเป็นแบบอย่าง นอกจากนี้ ผมขอบคุณกรรมการบริหารพรรค สมาชิกพรรค และผู้สนับสนุนทุกท่านที่ให้พลังใจกับผมมาโดยตลอดครับ

ในวันนี้ แม้ผมจะไม่ได้ทำหน้าที่รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์แล้ว แต่ผมหวังว่าทุกท่านจะร่วมเดินทางกับผมต่อไป เพราะบทบาทไหนก็ไม่สำคัญเท่ากับการพาประเทศไทยเดินหน้าไปให้ได้ในภาวะวิกฤตซ้อนวิกฤตเช่นนี้ครับ


ข่าวที่เกี่ยวข้อง