คัดลอก URL แล้ว
อนุทินเซ็นคำสั่งแบ่งงาน 8 กลุ่มภารกิจ คุมเองปราบโกง มอบเอกนิติ-ศุภจี-สีหศักดิ์รับงานเศรษฐกิจ-ความมั่นคง

อนุทินเซ็นคำสั่งแบ่งงาน 8 กลุ่มภารกิจ คุมเองปราบโกง มอบเอกนิติ-ศุภจี-สีหศักดิ์รับงานเศรษฐกิจ-ความมั่นคง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 83/2569 แบ่งการบริหารราชการเป็น 8 กลุ่มภารกิจ โดยนายกฯ ดูเองด้านปราบทุจริต ยาเสพติด ค้ามนุษย์ และอาชญากรรมออนไลน์ พร้อมมอบรองนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบเศรษฐกิจ การลงทุน การค้า ความมั่นคง กฎหมาย และการพัฒนาประเทศ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 83/2569 ลงวันที่ 8 เมษายน 2569 ว่าด้วยการบริหารราชการตามกลุ่มภารกิจ แบ่งการกำกับงานออกเป็น 8 กลุ่มหลัก เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลมีทิศทางชัดเจนและเชื่อมโยงกันมากขึ้น โดยนายกรัฐมนตรีรับหน้าที่เป็นหัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการปราบปรามการทุจริต ยาเสพติด การค้ามนุษย์ การกระทำความผิดออนไลน์ และอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งเป็นงานที่อยู่ในบังคับบัญชาโดยตรงของนายกรัฐมนตรี

คำสั่งดังกล่าวยังกระจายบทบาทให้รองนายกรัฐมนตรีแต่ละคนรับผิดชอบงานสำคัญตามความเชี่ยวชาญ โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ดูกลุ่มภารกิจพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน นายทรงศักดิ์ ทองศรี รับผิดชอบทรัพยากรธรรมชาติและการกระจายอำนาจสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ดูการส่งเสริมการลงทุน โดยเน้นอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น เซมิคอนดักเตอร์ AI หุ่นยนต์ ดิจิทัล พลังงานสะอาด ยานยนต์สมัยใหม่ ยา เวชภัณฑ์ และอุตสาหกรรมการแพทย์ ขณะที่นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รับผิดชอบด้านการค้า พาณิชยกรรม สินค้าเกษตร อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว โดยเน้นเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศและสนับสนุน SME

ส่วนงานด้านความมั่นคงและต่างประเทศ มอบให้นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รับผิดชอบ ครอบคลุมการรักษาความมั่นคง อธิปไตย และความสัมพันธ์กับต่างประเทศ รวมถึงการยกเลิกบันทึกความเข้าใจที่ไม่มีความคืบหน้า นอกจากนี้ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ดูกลุ่มภารกิจวิจัยและพัฒนาประเทศไทย สร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ และเศรษฐกิจสุขภาพ ส่วนนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รับผิดชอบการพัฒนากฎหมายและการบริหารราชการแผ่นดิน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพภาครัฐ สู่ digital government และการผลักดันไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD ทั้งนี้ หากภารกิจใดต้องอาศัยความร่วมมือข้ามกลุ่ม ให้หัวหน้ากลุ่มประสานและบูรณาการการทำงานร่วมกัน และหากเกิดปัญหาในการปฏิบัติ ให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด


ข่าวที่เกี่ยวข้อง