คัดลอก URL แล้ว
ณัฐพงษ์ แจงเลเซอร์ ไอดี ไม่ได้เก็บข้อมูล ชี้ปัญหาอยู่ที่การออกแบบระบบ

ณัฐพงษ์ แจงเลเซอร์ ไอดี ไม่ได้เก็บข้อมูล ชี้ปัญหาอยู่ที่การออกแบบระบบ

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ชี้แจงกรณีพรรคขอเลเซอร์ ไอดี สมาชิกกว่า 1.1 แสนราย ยืนยันไม่ได้จัดเก็บข้อมูล โยนปัญหาไปที่การออกแบบระบบของกรมการปกครอง ขณะสังคมตั้งคำถาม PDPA และความโปร่งใส


กรณีที่พรรคประชาชนว่าจ้างบริษัท สเปคเตอร์ ซี จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ในอาคารเดียวกับที่ทำการพรรค ย่านหัวหมาก กรุงเทพมหานคร ผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ให้พรรค กลายเป็นประเด็นถกเถียงต่อเนื่อง โดยพรรคยืนยันว่าไม่ได้ถือหุ้นในบริษัทดังกล่าว และไม่ได้ว่าจ้างให้ดำเนินการด้าน IO ขณะเดียวกันยังมีข้อวิจารณ์กรณีพรรคขอ “เลเซอร์ ไอดี” หรือรหัส 12 หลักหลังบัตรประชาชน จากผู้สมัครสมาชิกพรรคกว่า 110,000 คน เพื่อใช้ยืนยันตัวตนผ่านระบบออนไลน์กับ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย แม้กรมการปกครองจะอนุญาตให้ใช้ได้หากเจ้าของข้อมูลยินยอม แต่การเชื่อมต่อระบบระหว่างพรรคกับหน่วยงานรัฐยังไม่สมบูรณ์ ทำให้พรรคประกาศยกเลิกการขอข้อมูลดังกล่าวในเวลาต่อมา

เสียงวิพากษ์วิจารณ์จำนวนหนึ่งตั้งคำถามถึงความเสี่ยงตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล PDPA ว่าการให้กรอกเลเซอร์ ไอดี ผ่านระบบออนไลน์ของพรรค แม้อ้างว่าไม่ได้จัดเก็บไว้ในฐานข้อมูล อาจเปิดช่องให้เกิดการนำข้อมูลไปใช้ในลักษณะอื่นโดยเจ้าของข้อมูลไม่รับรู้ บางฝ่ายตั้งข้อสังเกตถึงความเป็นไปได้ในการนำข้อมูลไปลงทะเบียนแพลตฟอร์มออนไลน์หรือกิจกรรมทางการเมืองโดยมิชอบ อย่างไรก็ตาม พรรคยังไม่ได้มีการเปิดเผยรายละเอียดเชิงเทคนิคอย่างเป็นทางการว่ามีมาตรการป้องกันการนำข้อมูลไปใช้ผิดวัตถุประสงค์อย่างไร

ล่าสุด ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ผ่านไทยพีบีเอสออนไลน์ เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ยืนยันว่า พรรคไม่เคยจัดเก็บเลเซอร์ ไอดี ไว้ในฐานข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นสมัยพรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล หรือพรรคประชาชน โดยอธิบายว่าการขอเลเซอร์ ไอดี มีวัตถุประสงค์เพื่อยืนยันความถูกต้องของข้อมูลสมาชิกกับทะเบียนราษฎร์ เนื่องจากกฎหมายเลือกตั้งและกฎหมายพรรคการเมืองกำหนดเงื่อนไขเรื่องสัญชาติ อายุ และที่มาของเงินบริจาค หากตรวจพบเงินผิดกฎหมายแม้เพียงเล็กน้อย อาจนำไปสู่การร้องเรียนและความเสี่ยงถึงขั้นยุบพรรคได้

หัวหน้าพรรคประชาชนยอมรับว่า กฎหมายไม่ได้บังคับให้ต้องขอเลเซอร์ ไอดี แต่เห็นว่าพรรคมีสมาชิกจำนวนมากเป็นอันดับต้นของประเทศ การตรวจสอบด้วยแรงงานคนไม่สามารถรับรองความถูกต้องได้ทั้งหมด จึงจำเป็นต้องใช้ระบบยืนยันข้อมูล พร้อมอธิบายว่าช่วงรอยต่อหลังการยุบพรรคก้าวไกล การประสานงานเชื่อมระบบกับกรมการปกครองยังไม่แล้วเสร็จ ทำให้ระบบสมัครสมาชิกค้างอยู่โดยไม่มีการบันทึกลงฐานข้อมูล และอยู่ระหว่างเร่งแก้ไข

ในประเด็นความปลอดภัยของข้อมูล เขาระบุว่าระบบของกรมการปกครองถูกออกแบบให้พรรคหรือหน่วยงานเอกชนทำหน้าที่เป็นตัวกลางรับข้อมูลก่อนส่งไปยืนยัน ทำให้หากตัวกลางทุจริตก็อาจดักเก็บข้อมูลได้ พร้อมเสนอว่าระบบที่ปลอดภัยกว่าควรเป็นลักษณะเดียวกับการล็อกอินผ่าน Apple ID หรือ Google Account ที่ข้อมูลวิ่งตรงไปยังผู้ให้บริการโดยไม่ผ่านตัวกลาง และตั้งคำถามว่าหากจะวิจารณ์พรรค ควรตั้งคำถามต่อการออกแบบระบบของภาครัฐด้วยเช่นกัน


ข่าวที่เกี่ยวข้อง