คัดลอก URL แล้ว
อย่าประมาท ! “สติธร” ชี้ ฝ่ายขวายังเสียงแตก เปิดช่องส้ม-แดง โกย สส. พลิกเกมโค้งสุดท้าย

อย่าประมาท ! “สติธร” ชี้ ฝ่ายขวายังเสียงแตก เปิดช่องส้ม-แดง โกย สส. พลิกเกมโค้งสุดท้าย

ดร.สติธร ธนานิธิโชติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นต่อสถานการณ์การเมืองในช่วงเข้าโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง ว่า

ขณะนี้แต่ละพรรคการเมืองต่างปล่อยนโยบายและกลยุทธ์ออกมาเกือบครบแล้ว พรรคภูมิใจไทย อยู่ในจุดของการประคองตัว รักษาฐานเสียงเดิมไว้
ขณะที่พรรคประชาชน ดึงนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เข้ามาช่วยหาเสียง และมีประเด็นกองทุนประกันสังคมเข้ามาเสริม ถือว่าเดินเกมได้ค่อนข้างดี ส่วนพรรคเพื่อไทย นโยบายแจกเงินล้าน แม้จะสร้างกระแสได้ระดับหนึ่ง แต่ยังไม่สามารถดันคะแนนขึ้นได้เท่าที่ควร จึงมองว่าอาจยังมีของเตรียมปล่อยเพิ่มเติมในช่วงสุดท้าย

ภาพรวมของการแข่งขันยังคงเป็นการต่อสู้ของ 3 พรรคหลัก ไม่มีการเปลี่ยนแปลง เพียงแต่อันดับอาจมีการสลับกันบ้าง โดยขณะนี้พรรคน้ำเงินยังนำมาเป็นอันดับ 1 แต่ทิ้งห่างพรรคส้มไม่มาก ขณะที่พรรคแดงก็ไต่ระดับขึ้นมาอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งทั้ง 3 พรรค มีแนวโน้มจะได้ สส. เกิน 100 คนอย่างแน่นอน

ดร.สติธร ระบุว่า การเลือกตั้งครั้งนี้อยู่ในจุดที่สูสี ทุกคะแนนมีความหมายอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในศึก 3 ขั้ว ซึ่งน่าหนักใจแทนฝั่งอนุรักษ์นิยม เนื่องจากมีพรรคให้เลือกมากกว่า 1 พรรค จนเกิดการแย่งคะแนนกันเอง ในขณะที่อีกขั้วหนึ่งกำลังฟื้นตัวจากจุดต่ำสุด ทำให้ไม่อาจประมาทได้

“เอาเข้าจริง ปัญหาของพรรคฝ่ายขวา คือการแย่งคะแนนกันเอง ซึ่งเกิดขึ้นแทบทุกยุคทุกสมัย อย่างในกรุงเทพฯ หากดูตัวเลขให้ดี พรรคส้มอยู่ประมาณ 35% พรรคแดงประมาณ 20% ส่วนน้ำเงินและฟ้าราว 15–20% ที่เหลือกระจายไปอยู่กับพรรคอื่น ๆ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นฝั่งขวา แต่เลือกกันแบบสะเปะสะปะ ทำให้ไม่เกิดพลัง”

ดร.สติธร กล่าวต่อว่า หากสามารถรวบรวมคะแนนที่กระจายเหล่านั้น มาสนับสนุนพรรคฝ่ายขวาที่มีโอกาสมากที่สุด คะแนนอาจขยับขึ้นไปแตะระดับ 30% และสามารถต่อสู้กับพรรคส้มได้อย่างสูสี ขณะที่พรรคส้มและพรรคแดง มีฐานเสียงที่เหนียวแน่น ไม่ต้องกังวลเรื่องเสียงแตก เพราะแตกกันจนลงตัวมาซักพักหนึ่งแล้ว

“สุดท้ายแล้ว กองเชียร์ของแต่ละขั้ว จะเป็นตัวแปรสำคัญอย่างมากต่อชัยชนะหรือความพ่ายแพ้ของขั้วการเมืองนั้น ๆ”


ข่าวที่เกี่ยวข้อง