
ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ อธิบายเชิงลึก กลไกไวรัสนิปาห์และภูมิคุ้มกันค้างคาว เหตุใดไม่แสดงอาการ แต่รุนแรงในมนุษย์
ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย รศ.ดร.สิทธิพร ภัทรดิลกรัตน์ ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคไวรัสนิปาห์ ซึ่งถูกจัดเป็นโรคติดต่ออันตรายระดับโลก โดยอธิบายว่า การทำความเข้าใจว่าทำไมค้างคาวจึงไม่ป่วย ต้องเริ่มจากวงจรชีวิตของไวรัสนิปาห์ที่สามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านทางเดินหายใจและช่องปาก ก่อนแพร่กระจายผ่านกระแสเลือดไปยังอวัยวะสำคัญ รวมถึงสมอง ผ่านหลายกลไก เช่น การข้ามแนวกั้นเลือด-สมองหรือการเดินทางผ่านเส้นประสาทรับกลิ่น
ในระดับโมเลกุล ไวรัสนิปาห์ใช้โปรตีนสำคัญบนผิวไวรัส ได้แก่ G protein และ F protein ในการจับกับตัวรับ Ephrin-B2 และ Ephrin-B3 ซึ่งพบมากในเซลล์หลอดเลือดและเซลล์ประสาท ส่งผลให้ไวรัสสามารถหลอมรวมกับเยื่อหุ้มเซลล์และส่งสารพันธุกรรมเข้าสู่เซลล์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากนั้นไวรัสจะจำลองตัวในไซโทพลาซึม โดยมีโปรตีน M ทำหน้าที่ควบคุมการประกอบร่างและการแตกตัวออกจากเซลล์ พร้อมทั้งรบกวนกลไกการทำงานของเซลล์เจ้าบ้าน
ประเด็นสำคัญที่ทำให้ค้างคาวไม่แสดงอาการ คือระบบภูมิคุ้มกันที่วิวัฒนาการมาในลักษณะ “ทนต่อไวรัส” มากกว่าการตอบสนองรุนแรง ค้างคาวสามารถรักษาระดับอินเตอร์เฟอรอนไว้ได้อย่างต่อเนื่อง และมีกลไกลดการอักเสบเกินจำเป็น เช่น การยับยั้ง NLRP3 inflammasome แตกต่างจากมนุษย์ที่มักเกิดภาวะ Cytokine Storm ซึ่งภูมิคุ้มกันทำลายอวัยวะของตัวเอง จึงเป็นคำอธิบายว่าทำไมไวรัสชนิดเดียวกันจึงไม่ก่อโรคในค้างคาว แต่กลับรุนแรงและอันตรายในมนุษย์