รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช วิเคราะห์ภาพรวมการเมืองก่อนการเลือกตั้งครั้งหน้า ว่า
เป็นเสมือนศึก 3 ก๊กใหม่ ซึ่งเป็นการแข่งขันด้าน ความพร้อมในการบริหารประเทศ ทั้งตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ทีมงาน และเสถียรภาพทางการเมืองในระยะยาว
รศ.ดร.ยุทธพร ระบุว่า พรรคที่น่าจะพร้อมมากที่สุดในศึกครั้งนี้ คือ พรรคภูมิใจไทย ซึ่งก้าวขึ้นมาเป็นพรรคหลักของขั้วรัฐบาลอย่างเต็มตัว ความพร้อมของภูมิใจไทยไม่ได้อยู่แค่กระแส แต่คือการมีผลงาน มีเครือข่าย และมีทีมงานที่พิสูจน์ตัวเองมาแล้ว
แคนดิเดตนายกฯ อย่างนาย อนุทิน ชาญวีรกูล ถูกมองว่าเป็นผู้ครองความได้เปรียบในฐานะผู้นำประเทศ มีบารมีสูง เข้าใจระบบราชการ และรักษาเสถียรภาพการเมืองได้ดี มีจุดเด่นเรื่องการบริหารความมั่นคง
ขณะเดียวกัน การเสนอชื่อ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เป็นแคนดิเดตนายกฯ อีกคน ถูกมองว่าเป็นหมากสำคัญที่ยกระดับภาพลักษณ์พรรคจากการเมืองภายใน สู่ความเป็นสากลและเวทีโลกอย่างชัดเจน
รศ.ดร.ยุทธพรชี้ว่า จุดแข็งที่แท้จริงของภูมิใจไทย คือการผสานบ้านใหญ่ ที่แข็งแรงที่สุดในระบบการเมืองไทย เข้ากับทีมเศรษฐกิจและทีมต่างประเทศรุ่นใหม่ ทำให้พรรคมีทั้งฐานรากในพื้นที่ และความน่าเชื่อถือในสายตานักลงทุนและต่างประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในช่วงที่เศรษฐกิจโลกผันผวน
นักวิชาการวิเคราะห์พรรคเพื่อไทย ว่า กำลังพยายามยกเครื่องภาพลักษณ์ครั้งใหญ่ หลังการเปลี่ยนผ่านอำนาจผู้นำ โดยยังคงอาศัยฐานทางการเมืองดั้งเดิม ผสมกับความพยายามดึงภาพลักษณ์มืออาชีพเข้ามาเสริม ผ่านแคนดิเดตนายกฯ อย่าง ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ที่ชูภาพนักวิชาการสายเทคโนแครต อย่างไรก็ตาม จุดท้าทายสำคัญของเพื่อไทยยังคงเป็นเรื่องเสถียรภาพทางการเมือง และความเชื่อมั่นของชนชั้นกลางกับภาคธุรกิจ ว่าการกลับมาครั้งนี้จะไม่วนซ้ำรอยความขัดแย้งเดิม
ในขณะที่พรรคประชาชน ซึ่งสืบทอดแนวคิดจากก้าวไกล วางยุทธศาสตร์ชัดเจนที่สุดในเชิงอุดมการณ์ แต่มี ความท้าทายคือการขยายฐานเสียงนอกเมืองใหญ่ และการสร้างความเชื่อมั่นในมิติความมั่นคงและการบริหารประเทศทั้งระบบ
หากการเลือกตั้งครั้งหน้าถูกตัดสินด้วยเกณฑ์เรื่องความต่อเนื่อง เสถียรภาพ และความพร้อมในการบริหารประเทศ ที่หลายคนเชื่อว่า จะเป็นแบบนั้น พรรคภูมิใจไทยจะอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบที่สุด เพราะขายผลงานเดิม ระบบทีมเดิม และความมั่นใจว่า ประเทศจะเดินต่อได้ทันทีหลังเลือกตั้ง แต่ห้ามประมาทพรรคประชาชน ขณะที่พรรคเพื่อไทย อยู่ในระยะสร้างตัว มีคะแนนพื้นฐาน และกลุ่มบ้านใหญ่ในมือ แต่ที่สุด จะต้องถอยมาเป็นพรรคตัวแปร ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ///
