
ผู้ประกอบการค้าส่งและส่งออกมะม่วงไทยออกมาเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐเร่งแก้ปัญหาการลักลอบนำเข้า “มะม่วงแก้วขมิ้น” จากกัมพูชา หลังพบว่ามีผลผลิตจำนวนมากถูกขนส่งผ่านเส้นทางธรรมชาติในลาว ก่อนทะลักเข้าสู่ประเทศไทย แม้ด่านชายแดนไทย–กัมพูชาจะปิดอย่างสิ้นเชิงในช่วงสถานการณ์ความตึงเครียด ล่าสุดมีการพบการวางจำหน่ายในหลายตลาดค้าส่งของปทุมธานีและกรุงเทพฯ ในราคาเพียงกิโลกรัมละสิบกว่าบาท











นายลีนวงศ์ เมฆสว่าง ผู้ประกอบการรับซื้อส่งออกมะม่วง เปิดเผยว่า ราคามะม่วงไทยสายพันธุ์ต่างๆ กำลังตกต่ำผิดปกติ เนื่องจากมีนายทุนเทาใช้รถบรรทุกลักลอบนำเข้ามะม่วงแก้วขมิ้นจากกัมพูชาตามเส้นทางธรรมชาติ ก่อนเข้ามาทางด่านมุกดาหารและช่องเม็ก แม้ขณะนี้รัฐบาลไทยและกัมพูชาประกาศปิดด่านและยุติการค้าชั่วคราวทุกกรณีแล้วก็ตาม
เขาย้ำว่าการนำเข้ามะม่วงต้องปฏิบัติตามกฎหมายของกระทรวงเกษตรและข้อตกลงระหว่างประเทศ โดยไทยสามารถนำเข้ามะม่วงได้จาก 5 ประเทศที่มี MOU คือ จีน เวียดนาม อินโดนีเซีย อินเดีย และกัมพูชา แต่กัมพูชาก็ระบุชัดว่าห้ามนำเข้าผ่านประเทศที่สาม การลักลอบดังกล่าวจึงผิดกฎหมายทั้งทางไทยและกัมพูชา
สถานการณ์นี้ทำให้ราคามะม่วงในประเทศถูกกดต่ำลงทันที เพราะผู้ประกอบการในไทยรับซื้อมะม่วงจากเกษตรกรในราคา 30–40 บาทต่อกิโลกรัม แต่ผลผลิตที่ถูกลักลอบนำเข้าถูกปล่อยขายในราคาต่ำกว่าครึ่ง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลุ่มผู้ปลูกในภาคเหนือ กลาง และอีสาน ซึ่งกำลังเริ่มทยอยออกผลผลิตเข้าสู่ตลาด
ผู้ประกอบการจึงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบเส้นทางการลักลอบ และบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อปกป้องผู้ประกอบการไทยและรักษาเสถียรภาพราคาผลผลิตเกษตรในประเทศ ก่อนที่ความเสียหายจะขยายเป็นวงกว้าง