
“หลานจ๊ะ” เป็นพระสุรเสียงที่ยังดังก้องอยู่ในใจเสมอ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงแนะนำต่อผู้ที่มาเฝ้าว่า “นี่หลานฉัน…หลานสิริวัณวรี” พระนาม “สิริวัณวรี” ซึ่งทรงพระราชทานด้วยพระองค์เอง เปรียบเสมือนการประทานชีวิตใหม่อีกครั้ง หลานได้รับการเลี้ยงดู อบรม และทรงสั่งสอนด้วยพระหัตถ์อย่างใกล้ชิด ทรงส่งเข้านอน พาสวดมนต์ และทรงสอนทั้งมารยาทแบบไทยและแบบสากล พร้อมพระอารมณ์ขันอันเปี่ยมด้วยความอบอุ่น
ทุกครั้งที่ได้ตามเสด็จ สมเด็จพระพันปีหลวงจะทรงเมตตาอยู่เคียงข้างเสมอ หลานยังจำได้ถึงวันที่ได้ตามเสด็จไปหัวหิน ทรงสอนให้ว่ายน้ำ เพราะทรงโปรดทะเลมาก การได้ตามเสด็จไปยังถิ่นทุรกันดารในช่วงปิดเทอมเป็นเหมือนห้องเรียนชีวิต หลานได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ทั้งการพูดคุยกับราษฎรและลงมือทำด้วยตนเอง สิ่งเหล่านี้หล่อหลอมให้เกิดแรงบันดาลใจในการเรียนศิลปะ การออกแบบ และการศึกษาภาษาฝรั่งเศส เพื่ออยากรู้ว่าปู่กับย่าทรงสนทนากันเรื่องใด
สมเด็จพระพันปีหลวงทรงส่งเสริมให้เรียนรู้ศิลปวัฒนธรรม ดนตรีไทยและดนตรีสากล ทรงพระราชทานกำลังใจทุกครั้ง แม้ผลงานจะไม่สมบูรณ์นัก แต่ทุกคำตรัสชมคือแรงใจอันยิ่งใหญ่ ก่อนเสด็จไปศึกษาต่อต่างประเทศ สมเด็จพระพันปีหลวงทรงประทานโอวาทว่า “อย่าลืมความเป็นไทย จงนำสิ่งดีของต่างประเทศมาปรับใช้ แต่ต้องรู้รากของตนเองให้ถ่องแท้” พระดำรัสนั้นยังคงเป็นแสงนำทางให้ดำเนินชีวิตมาจนวันนี้
สมเด็จพระพันปีหลวงทรงปลูกฝังให้หลานมีความเข้มแข็ง อดทน และเปี่ยมด้วยเมตตา พระองค์ทรงตรัสอยู่เสมอว่า “คนไทยมีเลือดศิลปินอยู่ในตัว” ไม่ว่าชาวไร่หรือชาวนา หากได้รับการฝึกฝนย่อมสร้างสรรค์สิ่งงดงามได้ สำหรับหลาน สมเด็จพระพันปีหลวงจะไม่มีวันจากไปไหน พระองค์จะทรงอยู่ในทุกลมหายใจ และทุกสิ่งที่ทรงรักและทรงห่วง หลานจะสานต่อให้ตราบนานเท่านาน
หลาน สิริวัณณวรี
๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๘ เวลา ๒๒.๒๕ น.