การศึกษาจากนิวซีแลนด์พบว่าปีที่เกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Nino) มีความเชื่อมโยงกับฤดูกาลเกสรหญ้าที่ยาวนานและรุนแรงมากขึ้น ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงสำหรับผู้ป่วยโรคไข้ละอองฟางและโรคหอบหืด
คณะนักวิจัยศึกษาข้อมูลจากฤดูกาลเกสรหญ้า 3 ฤดูในโอ๊คแลนด์ เมืองขนาดใหญ่ที่สุดของนิวซีแลนด์ แต่ละฤดูกาลตรงกับช่วงปรากฏการณ์ลานีญา (La Nina) เอลนีโญ หรือช่วงที่ไม่ใช่ทั้งลานีญาและเอลนีโญ โดยพบว่าฤดูร้อนที่มีปรากฏการณ์เอลนีโญจะมีระดับเกสรหญ้าสูงกว่า ขณะที่ปรากฏการณ์ลานีญาซึ่งมีฝนตกมากกว่านั้นช่วยยับยั้งการปล่อยเกสรหญ้า
งานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสารแอโรไบโอโรจี (Aerobiology) ของสวิตเซอร์แลนด์ในสัปดาห์นี้ ระบุว่าฤดูเกสรหญ้าในช่วงมีปรากฏการณ์ลานีญานั้นสั้นกว่าและมีความรุนแรงน้อยกว่า เมื่อเทียบกับอีกสองสภาวะ โดยทีมวิจัยเชื่อว่าสาเหตุมาจากปริมาณฝนในฤดูร้อนที่เพิ่มขึ้นจากปรากฏการณ์ลานีญาช่วยยับยั้งการปล่อยเกสรของหญ้าได้มากขึ้น
ศาสตราจารย์เรวี นิวแนม จากมหาวิทยาลัยวิกตอเรียแห่งเวลลิงตันของนิวซีแลนด์ กล่าวว่าแม้จะมีการคาดเดามากมายว่าอาการแพ้ละอองเกสร โดยเฉพาะไข้ละอองฟางและโรคหอบหืด ได้รับผลกระทบจากวงจรเอลนีโญในซีกโลกใต้ (El Nino Southern Oscillation) อย่างไร แต่จนปัจจุบันยังขาดข้อมูลที่จะทราบได้อย่างแน่ชัด
ทั้งนี้ กลุ่มผู้เขียนงานวิจัยเตือนว่าผลการศึกษาดังกล่าวอ้างอิงจากชุดข้อมูลที่มีอยู่จำกัด พร้อมเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเฝ้าติดตามเกสรที่เข้มงวดยิ่งขึ้นทั่วนิวซีแลนด์ เนื่องจากคาดการณ์ว่าปรากฏการณ์เอลนีโญจะเกิดขึ้นบ่อยมากขึ้นพร้อมกับภาวะโลกร้อน ส่งผลให้เกิดความกังวลต่อสุขภาพของประชาชน
ที่มา – ซินหัว