คัดลอก URL แล้ว
ปิดฉากรบ. “แพทองธาร” – “อนุทิน” พลิกเกมชิงธงตั้งรัฐบาลใหม่ ลุ้น “ปชน” ชี้ชะตา

ปิดฉากรบ. “แพทองธาร” – “อนุทิน” พลิกเกมชิงธงตั้งรัฐบาลใหม่ ลุ้น “ปชน” ชี้ชะตา

เพียงชั่วข้ามคืน ภูมิทัศน์การเมืองไทยเกิดแรงสั่นสะเทือนรุนแรงราวแผ่นดินไหว เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก วินิจฉัยให้ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ปิดฉากรัฐบาลพรรคเพื่อไทยที่บริหารประเทศได้เพียงไม่นาน พร้อมเปิดฉากการเมืองบทใหม่ที่เต็มไปด้วยการชิงไหวชิงพริบ โดยมีพรรคภูมิใจไทยของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ประกาศตัวเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลในทันที ท่ามกลางการจับตาว่าสมการอำนาจครั้งใหม่จะลงเอยอย่างไร

จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญนี้เกิดขึ้นในช่วงบ่ายของวันที่ 29 สิงหาคม 2568 เมื่อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 ชี้ว่ากรณีคลิปเสียงสนทนาของนางสาวแพทองธาร เข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ส่งผลให้สถานะนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงทันที และยังทำให้คณะรัฐมนตรีทั้งคณะต้องพ้นจากตำแหน่ง กลายเป็นรัฐบาลรักษาการ โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่ประคองสถานการณ์ไปพลางก่อน

คำวินิจฉัยนี้ไม่เพียงแต่ดับฝันของนายกรัฐมนตรีหญิงคนที่สองของไทย แต่ยังทำให้พรรคเพื่อไทยตกอยู่ในสถานะที่ยากลำบาก ต้องสูญเสียอำนาจนำในการบริหารประเทศอย่างไม่ทันตั้งตัว

แต่ในขณะที่ฝ่ายหนึ่งกำลังตั้งรับ อีกฝ่ายกลับเดินเกมรุกอย่างรวดเร็ว ไม่ถึงชั่วโมงหลังคำตัดสิน นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวประกาศความพร้อมในการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใหม่ทันที พร้อมระบุว่า สามารถรวบรวมเสียงสนับสนุนจากพรรคร่วมรัฐบาลเดิมและ สส. จากพรรคอื่นได้แล้วกว่า 280 เสียง ซึ่งเกินกึ่งหนึ่งของสภาฯ ไปมาก การเคลื่อนไหวที่ฉับไวนี้แสดงให้เห็นถึงการเตรียมการมาเป็นอย่างดี และส่งสัญญาณชัดเจนว่า “เสี่ยหนู” พร้อมแล้วที่จะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม เส้นทางสู่ทำเนียบรัฐบาลของนายอนุทิน ก็ไม่ง่ายนัก เมื่อพรรคประชาชน (พรรคก้าวไกลเดิม) ซึ่งมีจำนวน สส. มากที่สุดในสภาฯ ได้ออกมาแถลงจุดยืนที่อาจเป็นได้ทั้ง “ตัวแปร” และ “ผู้ชี้ขาด” โดยประกาศชัดว่าจะไม่ขอร่วมรัฐบาล แต่พร้อมจะลงมติสนับสนุนนายกรัฐมนตรีคนใหม่ หากยอมรับใน 3 เงื่อนไขสำคัญ คือ ต้องยุบสภาภายใน 4 เดือน, ต้องจัดทำประชามติเพื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และพรรคจะขอทำหน้าที่ฝ่ายค้านเพื่อตรวจสอบถ่วงดุลอย่างเข้มข้นต่อไป ข้อเสนอนี้ทำให้พรรคประชาชนกลายเป็น “ตัวเปลี่ยนเกมส์” ที่ทุกฝ่ายต้องหันมาเจรจาด้วย

ซึ่งเช้าวันนี้ (30 ส.ค.) พรรคประชาชนยืนยันว่า กรณีที่มีกระแสข่าวการจับมือภูมิใจไทย ได้ตำแหน่ง รมต. 8 ที่นั่งนั้น ไม่เป็นความจริงโดยสิ้นเชิง

สถานการณ์ล่าสุด ทำให้ทุกสายตาจับจ้องไปที่การประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดพิเศษที่จะมีขึ้นในวันที่ 3-5 กันยายนนี้ ซึ่งคาดว่าจะเป็นเวทีตัดสินว่าใครจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ระหว่างพรรคเพื่อไทยที่พยายามรวบรวมพรรคร่วมเดิมเพื่อรักษาอำนาจ กับพรรคภูมิใจไทยที่ชิงเดินเกมเร็วกว่าและมีโอกาสสูงที่จะพลิกขั้วขึ้นมาเป็นรัฐบาล การเมืองไทยในอีกไม่กี่วันข้างหน้าจึงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน และการตัดสินใจของแต่ละพรรค โดยเฉพาะพรรคประชาชน จะเป็นตัวกำหนดทิศทางและอนาคตของประเทศอย่างแท้จริง

สรุปไทม์ไลน์ 24 ชั่วโมง เขย่าการเมืองไทย


ข่าวที่เกี่ยวข้อง