คัดลอก URL แล้ว
“แผนจักรพงษ์ภูวนารถ” ยุทธศาสตร์ป้องชายแดนไทย–กัมพูชา

“แผนจักรพงษ์ภูวนารถ” ยุทธศาสตร์ป้องชายแดนไทย–กัมพูชา

เมื่อสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชากลับมาตึงเครียดจากเหตุการณ์ล้ำแดน วางทุ่นระเบิด และการละเมิดอนุสัญญาระหว่างประเทศ สิ่งที่กลับมาอยู่ในความสนใจของสาธารณชนและนักความมั่นคงอีกครั้งคือ “แผนจักรพงษ์ภูวนารถ” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือยุทธศาสตร์หลักของกองทัพบกไทย สำหรับใช้ควบคุมและจัดการสถานการณ์ปะทะหรือวิกฤตชายแดน โดยมีความยืดหยุ่นสูงและวางโครงสร้างปฏิบัติการแบบ “ขั้นบันได” เพื่อลดความสูญเสีย และรักษาความมั่นคงของชาติในทุกมิติ

หลักการของแผน ระงับความขัดแย้งด้วยการควบคุมเชิงยุทธศาสตร์
แผนจักรพงษ์ภูวนารถถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับภัยคุกคามบริเวณชายแดน โดยเฉพาะกรณีที่เกิดความไม่แน่นอนทางการเมืองหรือการทหารในประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีหลักการสำคัญ 4 ประการ ได้แก่

ปกป้องอธิปไตยและป้องกันการล้ำแดน – ให้ความสำคัญสูงสุดต่อเขตแดนที่ได้รับการรับรอง

รักษาความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่แนวหน้า – ทั้งชีวิตและทรัพย์สินของชาวบ้านและกำลังพล

ดำเนินมาตรการตอบโต้แบบขั้นบันได – จากเบาไปหาหนัก เพื่อควบคุมสถานการณ์

ควบคุมข่าวสาร–ประสานงานข่าวกรอง – เพื่อไม่ให้ประชาชนตื่นตระหนก และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง

ขอบเขตการปฏิบัติ จากปิดจุดผ่านแดนสู่เตรียมกำลังรบ
แผนดังกล่าวเปิดช่องให้ผู้บัญชาการในพื้นที่สามารถปรับใช้ตามระดับภัยคุกคาม ตั้งแต่ ระดับจำกัด เช่น การเพิ่มกำลังตรวจสอบ การจำกัดการผ่านแดน ไปจนถึง ระดับเต็มรูปแบบ อย่างการปิดด่านถาวร หรือการตั้งฐานเฉพาะกิจ หากเกิดเหตุรุนแรงซ้ำซาก เช่น การวางทุ่นระเบิดหรือการสังหารเจ้าหน้าที่

การประสานงานจะมีทั้งในแนวดิ่ง (ระหว่างผู้บัญชาการภาค–กองทัพบก–รัฐบาลกลาง) และแนวราบ (ระหว่างทหาร–ตำรวจ–ฝ่ายปกครอง–ฝ่ายปกป้องข้อมูลข่าวสาร) เพื่อให้ทุกหน่วยพร้อมรับสถานการณ์ทุกระดับ โดยยังเปิดพื้นที่ให้การทูตและกลไกทวิภาคี เช่น RBC (Regional Border Committee) เดินคู่ขนาน

จุดเด่นของแผน ความรอบคอบในความเด็ดขาด
สิ่งที่ทำให้แผนจักรพงษ์ภูวนารถมีความสำคัญในทางปฏิบัติ คือการไม่ใช่ “แผนปะทะ” แต่เป็น “แผนควบคุมสถานการณ์เชิงยุทธศาสตร์” โดยกำหนดให้มีการประเมินข้อมูลจากภาคสนามตลอดเวลา ก่อนออกคำสั่งทางยุทธการ ซึ่งรวมถึงการกำหนดเป้าหมายเชิงจิตวิทยา เช่น ไม่เปิดเผยความเคลื่อนไหวทั้งหมดเพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถวิเคราะห์แผนได้อย่างครบถ้วน

แม้เป็นแผนป้องกันประเทศ แต่ก็สอดรับกับแนวทางทางการทูตของรัฐบาล ที่ไม่ต้องการนำพาประเทศไปสู่ความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ไม่จำเป็น แต่ยังคงยืนหยัดรักษาเกียรติภูมิแห่งรัฐชาติอย่างชัดเจน

ในสถานการณ์ชายแดนที่ยังเปราะบางและมีความเคลื่อนไหวไม่หยุดนิ่ง แผนจักรพงษ์ภูวนารถ จึงเป็นมากกว่าแผนทหารทั่วไป แต่คือ “กรอบการตัดสินใจ” ที่รวมความเด็ดขาด ความยืดหยุ่น และความรับผิดชอบต่อประชาชน เข้าไว้ในกระบวนการเดียวกัน เพื่อรักษาอธิปไตยและความมั่นคงของไทยในทุกย่างก้าว


ข่าวที่เกี่ยวข้อง