“สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี สโมสรดังจากพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ตบเท้าเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศการแข่งขันฟุตบอล ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ 2025 ได้อย่างสมศักดิ์ศรี หลังโชว์ฟอร์มการเล่นที่รัดกุมและเฉียบคม เอาชนะ ฟลูมิเนนเซ่ ยอดทีมจากบราซิลไปอย่างสวยงาม 2-0 ณ สนามเม็ตไลฟ์ สเตเดี้ยม เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (ตามเวลาประเทศไทย) โดยมีฮีโร่เป็นแข้งใหม่ชาวบราซิลอย่าง เจา เปโดร ที่เหมาคนเดียวสองประตู
เชลซีเป็นฝ่ายคุมเกมได้ดีกว่าในช่วงต้น และเพียงนาทีที่ 11 ก็ได้ทักทายก่อนจากจังหวะที่ เอ็นโซ เฟร์นันเดซ ได้ลองส่องในเขตโทษแต่ยังไม่ผ่านแนวรับของฟลูมิเนนเซ่

จนกระทั่งนาทีที่ 18 ความพยายามของเชลซีก็เป็นผล เมื่อ เจา เปโดร รับบอลนอกกรอบเขตโทษฝั่งขวา ก่อนจะบรรจงปั่นด้วยขวา บอลลอยโค้งเสียบสามเหลี่ยมเข้าไปอย่างงดงามหมดจด ชนิดที่ ฟาบิโอ ผู้รักษาประตูจอมเก๋าได้แต่ยืนมอง ส่งให้เชลซีทะยานขึ้นนำ 1-0 และเป็นประตูแรกอย่างเป็นทางการของเจ้าตัวในสีเสื้อสิงห์บลูส์

เกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 35 เมื่อผู้ตัดสินเป่าให้เป็นจุดโทษจากจังหวะที่บอลดูเหมือนจะไปโดนแขนของ เทรโวห์ ชาโลบาห์ แต่แล้วดราม่าก็บังเกิดเมื่อผู้ตัดสินได้รับสัญญาณจากห้อง VAR และวิ่งไปดูจอด้วยตัวเอง ก่อนจะกลับมา “ยกเลิก” คำตัดสินเดิม ท่ามกลางความโล่งอกของแฟนบอลเชลซี และจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

กลับมาในครึ่งหลัง ฟลูมิเนนเซ่พยายามเปิดเกมบุกเพื่อทวงประตูคืน แต่แล้วในนาทีที่ 56 กลับกลายเป็นเชลซีที่มาได้ประตูหนีห่าง จากจังหวะสวนกลับเร็วอันเป็นเครื่องหมายการค้า โคล พาลเมอร์ แทงบอลทะลุช่องอย่างเหนือชั้นให้ เจา เปโดร หลุดเดี่ยวเข้าไปดวลกับผู้รักษาประตู ก่อนจะแปบอลผ่านตัวเข้าไปอย่างเยือกเย็น เชลซีหนีห่างเป็น 2-0 และเป็นประตูที่สองของดาวยิงชาวบราซิลในเกมนี้

ช่วงเวลาที่เหลือ เชลซีภายใต้การคุมทีมของ เอ็นโซ่ มาเรสก้า เล่นได้อย่างมีวินัย คุมโซนได้อย่างเหนียวแน่น และไม่เปิดโอกาสให้แนวรุกของฟลูมิเนนเซ่ได้สร้างสรรค์เกมถนัดๆ เลยแม้แต่น้อย

สุดท้ายเมื่อครบ 90 นาที ก็ไม่มีประตูเพิ่มเติม จบเกม เชลซี เอาชนะ ฟลูมิเนนเซ่ ไปด้วยสกอร์ 2-0 ผ่านเข้าไปรอชิงชนะเลิศกับผู้ชนะระหว่าง เรอัล มาดริด และ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ต่อไป
