เมื่อคืนที่ผ่านมา เฟซบุ้กของ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีของกัมพูชาได้โพสต์ข้อความระบุว่า ภายหลังจากที่ตนเองได้ปฏิบัติภารกิจเสร็จสิ้นในต่างประเทศ จึงได้รับฟังปัญหาชายแดนเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนกัมพูชา-ไทย ซึ่งกัมพูชาต้องการแก้ไขปัญหาชายแดนด้วยสันติภายใต้เงื่อนไขทางกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมได้สั่งการให้คณะกรรมการเขตแดนร่วม หรือ JBC ทางฝ่ายกัมพูชา รับนโยบาย 2 ข้อ
โดย ให้มีการจัดประชุมเพื่อเดินหน้าสำรวจและปักปันเขตแดนระหว่างสองประเทศ และข้อที่สองคือ ให้สรุปข้อมูลจากคณะกรรมการเขตแดนร่วม โดยอ้างว่า บริเวณพื้นที่ของ ตาเมือนธม ตาเมือนโต๊จ และ บริเวณตาเมือนโกรเบย (ตาควาย) รวมถึงพื้นที่พื้นที่สามเหลี่ยมรกต เข้าสู่ศาลโลก

ภายหลังจากที่ฮุน มาเนต นายกฯ ของกัมพูชาได้โพสต์ข้อความดังกล่าวเฟซบุ้กของ สมเด็จฯ ฮุน เซน ก็ได้แชร์โพสต์ดังกล่าว ก่อนที่จะมีการโพสต์ข้อความใหม่ พร้อมภาพที่สมเด็จฮุน เซนเคยไปที่บริเวณศาลาตรีมุขในพื้นที่ดังกล่าว
พร้อมทั้งข้อความที่ระบุว่า ทางการกัมพูชาจะนำเรื่องดังกล่าวขึ้นสู่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือ ICJ ให้พิจารณษพื้นที่บริเวณสามเหลี่ยมมรกต – ตาเมือนธม – ตาเมือนโต๊จ – ตากระเบย (ตาควาย)
โดยสมเด็จฯ ฮุน เซน ได้กล่าวถึง MOU ปี 43 ว่า ไม่มีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหานี้ และยังส่งผลให้มีความขัดแย้งกันเกิดขึ้นจนมีการใช้อาวุธกันหลายครั้ง ซึ่งหากทางการไทยมีความจริงใจในการแก้ไขปัญหานี้ ควรจะเข้าสู่ศาลโลก โดยไม่จำเป็นต้องให้กัมพูชายื่นฟ้องแต่อย่างใด
นอกจากนี้ ยังทิ้งท้ายว่า กัมพูชายังรอท่าทีของประเทศไทยว่า จะกล้าหรือไม่ ซึ่งในระหว่างนี้ ขอให้ทหารกัมพูชาอดทนอดกลั่น แต่ก็ให้เตรียมพร้อมตอบโต้หากมีการรุกรานกัมพูชา
สำหรับเฟชบุ้กของสมเด็จฯ ฮุน เซน ภายหลังจากได้ทำการบล็อกไม่ให้คนไทยเข้าถึงได้ ก็ยังคงโพสต์ข้อความต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง อย่างเช่นเมื่อคืนวานที่ผ่านมา มีการโพสต์คลิปและเพลงปลุกใจทหารกัมพูชาราว 10 คลิป