นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 4 พฤษภาคม 2568 นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยลดลงเล็กน้อยประมาณ 0.3-0.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม รายได้จากการท่องเที่ยวกลับเพิ่มขึ้นกว่า 5% คิดเป็นมูลค่าราว 1 ล้านล้านบาท โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากสหราชอาณาจักรที่มีกำลังซื้อสูงขึ้นถึง 33% แม้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนจะชะลอตัวลง
เพื่อแก้ไขปัญหาการชะลอตัวของตลาดนักท่องเที่ยวจีน คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบกลางจำนวน 320 ล้านบาท ตามข้อเสนอของสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) สำหรับดำเนิน 2 โครงการหลัก ได้แก่
- โครงการ “สวัสดี หนีห่าว” ใช้งบ 20 ล้านบาท ดึงอินฟลูเอนเซอร์จีน 300 คนมาประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวไทย
- โครงการ “ชัตเตอร์ไฟลต์” ใช้งบ 300 ล้านบาท เหมาเที่ยวบินตรงจากจีนมายังเมืองท่องเที่ยวหลักในไทย
ขณะเดียวกัน เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศช่วงโลว์ซีซั่น รัฐบาลยังได้อนุมัติงบกลางเพิ่มเติมอีก 3,500 ล้านบาท สำหรับดำเนินโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ เช่น “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” ที่จะเน้นการเดินทางท่องเที่ยวในเมืองรอง โดยสิทธิ์การใช้จะกำหนดให้ใช้ในเมืองรองอย่างน้อย 6 สิทธิ์ จากทั้งหมด 10 สิทธิ์ และอีก 4 สิทธิ์ใช้ในเมืองหลัก โดยเน้นการจองตรงกับโรงแรม ไม่ผ่านแพลตฟอร์ม OTA คาดว่าจะเริ่มในช่วงกรกฎาคม-กันยายน 2568
นายสรวงศ์ยังยืนยันว่า รัฐบาลไม่ปรับลดเป้าหมายการท่องเที่ยวในปี 2568 คือ ตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ 39 ล้านคน และสร้างรายได้รวม 3.4 ล้านล้านบาท พร้อมเปิดเผยว่าเตรียมหารือกับเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย และเชิญรัฐมนตรีท่องเที่ยวจีนมาเยือนไทยในลำดับถัดไป
ในการประชุมเวที “Thailand Tourism Forum 2025” ซึ่งจัดร่วมกับองค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (UN Tourism) นายสรวงศ์ยังได้ประกาศ 5 ยุทธศาสตร์เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางการท่องเที่ยวยั่งยืนของภูมิภาค ได้แก่
- มุ่งเน้นคุณภาพนักท่องเที่ยวมากกว่าปริมาณ
- กระจายรายได้ผ่านการท่องเที่ยวโดยชุมชน
- ใช้ Soft Power ควบคู่เศรษฐกิจดิจิทัล
- ขยายฐานตลาดใหม่ ลดพึ่งพาตลาดเดิม
- เตรียมรับมือวิกฤตจากโรคระบาด ภัยธรรมชาติ และเศรษฐกิจโลก