คัดลอก URL แล้ว
ไทยส่งอุยกูร์กลับ? กัณวีร์จี้ ‘แพทองธาร’ แจงด่วน

ไทยส่งอุยกูร์กลับ? กัณวีร์จี้ ‘แพทองธาร’ แจงด่วน

สส.พรรคเป็นธรรมจี้นายกรัฐมนตรีแพทองธารตอบคำถามกรณีส่งอุยกูร์กลับจีน ชี้เป็นความร่วมมือที่น่าเกลียด อยู่เหนือกระบวนการยุติธรรม พร้อมเปิดเผยข้อมูลใหม่มีการเคลื่อนย้ายชาวโรฮิงญาทางจังหวัดระนอง

นายกัณวีร์ สืบแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม เปิดเผยถึงกรณีการส่งชาวอุยกูร์ 48 คนซึ่งเป็นผู้ต้องกักในสถานกักกันคนต่างด้าว สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สวนพลู) กลับประเทศจีนว่า ข่าวลือเรื่องการส่งตัวกลับมีมาตั้งแต่สิ้นปีที่แล้วจนถึงต้นปีนี้ และตอนนี้คงจะเป็นความจริงแล้ว

นายกัณวีร์ระบุว่า การส่งตัวชาวอุยกูร์กลับจีนน่าจะมีความเชื่อมโยงกับการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เมืองเมียวดี ประเทศเมียนมา ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและจีน โดยคาดว่าชาวจีนจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่จับกุมได้จะถูกส่งกลับประเทศจีนโดยตรง ไม่ผ่านเข้ามาในประเทศไทย และมีความเป็นไปได้ว่าผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์จะถูกสอดไส้ในเครื่องบินเช่าเหมาลำจากประเทศจีน

ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา นายกัณวีร์เปิดเผยว่าได้พยายามสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งทุกหน่วยงานระบุว่ายังไม่ได้รับคำสั่งจากรัฐบาล นอกจากนี้ ยังพบว่ามีเที่ยวบินระยะสั้นจากมณฑลซินเจียงมาถึงสนามบินดอนเมืองในช่วงเช้ามืดวันนี้ และจากรายงานของสื่อมวลชนและบุคคลในพื้นที่ มีรถของ ตม. 4 คันที่ปิดผ้าใบสีดำ เพื่อปกปิดไม่ให้เห็นผู้ที่อยู่ภายในรถ และไม่ให้มีการติดตามขบวนรถขึ้นทางด่วน

เมื่อถูกถามว่ามีความคาดหวังให้นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ชี้แจงประเด็นนี้หรือไม่ในวันที่เดินทางเข้ารัฐสภา นายกัณวีร์ตอบว่า หากเป็นไปได้อยากให้นายกฯ ตอบคำถามนี้ เพราะเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาล ไม่มีใครเหมาะสมที่จะตอบคำถามนี้ไปกว่านายกฯ โดยเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ประเทศไทยที่ให้ความสำคัญ แต่ยังได้รับการประสานจากสถานเอกอัครราชทูตต่างประเทศในไทยที่สอบถามถึงความเป็นไปได้ในการผลักดันผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ ซึ่งนายกัณวีร์ได้ตอบกลับไปว่าผู้ที่สามารถยืนยันได้คือรัฐบาลเท่านั้น

นายกัณวีร์ยังเสนอว่า หากเป็นการสมคบคิดระหว่างรัฐบาลไทยและจีน ในขณะที่ไทยเป็นสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ประเทศไทยควรพิจารณาถอนตัวเองออกหากมีการผลักดันชาวอุยกูร์กลับจีนจริง

สำหรับความน่าเชื่อถือของ “ดีลลับ” ในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์นั้น นายกัณวีร์มองว่ามีความเป็นไปได้ เพราะทั้งหมดเกิดจากความร่วมมือของรัฐบาลไทย รัฐบาลจีน และรัฐบาลทหารเมียนมา พร้อมเปิดเผยข้อมูลใหม่ว่าเมื่อสองวันที่ผ่านมา มีการผลักดันส่งกลับผู้หลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมายชาวเมียนมาที่จังหวัดระนอง และมีการเคลื่อนย้ายผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาไปที่จังหวัดระนองประมาณ 200-300 คน ซึ่งอาจเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่าง 3 รัฐบาล

นายกัณวีร์กล่าวว่า หากมีการส่งกลับผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์จริง จะถือเป็น “ความร่วมมือที่น่าเกลียดที่สุด” เพราะไม่มีความโปร่งใส เป็นการวางตัวอยู่เหนือกรอบของกระบวนการยุติธรรมทั้งในประเทศและเวทีระหว่างประเทศ และถือเป็นความร่วมมือที่ผิดกฎหมายอาญาระหว่างประเทศด้วย

สำหรับการประชุมไตรภาคีระหว่างไทย เมียนมา และจีน ที่กระทรวงการต่างประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ เพื่อหารือเรื่องการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์นั้น นายกัณวีร์เสนอว่ารัฐบาลไทยควรมีวิสัยทัศน์ที่กว้างกว่านี้ เนื่องจากปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์และขบวนการค้ามนุษย์ไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาจากไตรภาคี แต่ต้องขยายไปถึงกลุ่มภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง และควรพิจารณาว่าต้นเหตุของปัญหาคืออะไร รวมถึงใช้ความร่วมมือในเวทีระหว่างประเทศ เช่น องค์การสหประชาชาติ หรือความร่วมมือกับรัฐบาลนอกภูมิภาค

“แก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์เขาฉลาดกว่าเรา นำเราไปก้าวหนึ่ง จึงต้องมีวิสัยทัศน์ในการปราบปรามที่กว้างกว่านี้” นายกัณวีร์กล่าวทิ้งท้าย


ข่าวที่เกี่ยวข้อง