คัดลอก URL แล้ว
ราชกิจจาฯ ประกาศโปรดเกล้าฯ นายพลทหาร 771 นาย

ราชกิจจาฯ ประกาศโปรดเกล้าฯ นายพลทหาร 771 นาย

วันนี้ (14 ก.ย. 64 ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้นายทหารรับราชการ ความว่ามีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายทหารรับราชการสนองพระเดชพระคุณ จำนวน 771 นาย โดยมีตำแหน่งสำคัญดังนี้

พล.อ.วรเกียรติ รัตนานนท์ (ตท.20) เสธ.ทบ. ขึ้นเป็น ปลัดกระทรวงกลาโหม , พล.ร.อ.สมประสงค์ นิลสมัย (ตท.20) รองปลัดกระทรวงกลาโหม ขึ้นเป็น ผบ.ทร. , ‘บิ๊กป้อง’พล.อ.อ.นภาเดช ธูปะเตมีย์ (ตท.21) ปธ.คณะที่ปรึกษา ทอ. ขึ้นเป็น ผบ.ทอ. บุตรชาย พล.อ.อ.ประพันธ์ ธูปะเตมีย์ อดีต ผบ.ทอ.

ซึ่งการโยกย้ายครั้งนี้สะท้อนถึงพลังของรุ่น ตท.20 เป็นอย่างมาก ที่ยังคงยึดเก้าอี้ปลัดกระทรวงกลาโหม และ ผบ.ทร. เอาไว้ได้ เพราะ พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม คนปัจจุบัน ต้องการผลักดันให้ เพื่อน ตท.20 คือ พล.อ.วรเกียรติ ข้ามจาก ทบ. มาเป็น ปลัดกระทรวงกลาโหม จึงต้องโยก พล.ร.อ.สมประสงค์ กลับถิ่น ทร. ขึ้นเป็น ผบ.ทร. คนต่อไป แม้ว่า พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน ผบ.ทร.คนปัจจุบัน จะเสนอชื่อ พล.ร.อ.ธีรกุล กาญจนะ (ตท.21) เสธ.ทร. ขึ้นเป็น ผบ.ทร. ก็ตาม แต่จากการพิจารณาของคณะกรรมการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารชั้นนายพล ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธาน และมี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผบ.ทหารสูงสุด พร้อมด้วย ผบ.เหล่าทัพ ร่วมประชุม ได้พิจารณาออกมาเป็นชื่อ พล.ร.อ.สมประสงค์

ซึ่งการโยกชื่อ พล.ร.อ.สมประสงค์ ขึ้นเป็น ผบ.ทร. ก็เพื่อแก้ปัญหาการโยกย้ายที่ไม่ลงตัว อีกทั้งเพื่อคืนความชอบธรรม ให้กับ พล.ร.อ.สมประสงค์ ที่ถูกโยกออกกองทัพเรือมากว่า 2 ปีแล้ว และ พล.ร.อ.สมประสงค์ ถือว่าครองอาวุโสที่สุดในบรรดาแคนดิเดต ผบ.ทร. เพราะครองอัตรา “พลเรือเอกพิเศษ” มาแล้ว 2 ปี

สำหรับตำแหน่งใน 5 เสือ ทบ. ตำแหน่ง ผบ.ทบ. ยังคงเป็นชื่อ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ส่วนในตำแหน่งอื่นๆ พล.อ.อภินันท์ คำเพราะ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก เป็น รองผู้บัญชาการทหารบก , พล.ท.เจริญชัย หินเธาว์ แม่ทัพภาคที่ 1 ขึ้นเป็น ผู้ช่วย ผบ.ทบ. (ตท.23) เป็นแคนดิเดต ผบ.ทบ. คนต่อไป โดยเติบโตมาจากสายทหารเสือฯ ร.21 รอ. สายเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ , พล.ท.ภูมิพัฒน์ จันทร์สว่าง ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ขึ้นเป็น ผู้ช่วย ผบ.ทบ. , พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ รองเสธ.ทบ. ขึ้นเป็น เสธ.ทบ. โดยเพื่อน ตท.22 กับ พล.อ.ณรงค์พันธ์ ที่ต้องดูแลงาน กอ.รมน. ด้วย เพราะเป็น เลขาธิการ กอ.รมน. โดยตำแหน่ง

ส่วนตำแหน่งสำคัญอื่นๆ พล.ท.สุขสรรค์ หนองบัวล่าง (ตท.23) แม่ทัพน้อยที่ 1 ขึ้นเป็น แม่ทัพภาคที่ 1 โดย พล.ท.สุขสรรค์ เป็นนายทหารที่เติบโตมาจาก พล.ร.2 รอ. จึงเป็นสายเดียวกับ 3 ป.บูรพาพยัคฆ์ ส่วนคู่แคนดิเดตอย่าง “เสธ.อ๊อฟ” พล.ท.ทรงวิทย์ หนุนภักดี (ตท.24) รองเสธ.ทบ. ลูกชายของ “บิ๊กตุ๋ย”พล.อ.อิสระพงศ์ หนุนภักดี อดีตผบ.ทบ. ที่เติบโตมาจาก ร.11 รอ. หรือสายวงศ์เทวัญ ได้ขึ้น “พลเอก” เป็น หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา

ส่วนกองบัญชาการกองทัพไทย ภายหลังวันนี้ (14ก.ย.) ครม. ได้เห็นชอบให้ พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เสนาธิการทหาร ขึ้นเป็น เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) คนต่อไป จึงมีการโยก พล.อ.ณตฐพล บุญงาม ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ขึ้นเป็น เสนาธิการทหาร เพื่อครองอัตราพลเอกพิเศษ ก่อนเกษียณ ก.ย.65 ซึ่ง พล.อ.ณตฐพล เคยมีชื่อเป็นแคนดิเดต เลขาธิการ สมช. ก่อนหน้านี้ แต่ชื่อก็หลุดไป สำหรับชื่อที่ถูกจับตาคือ พล.ท.สุวิทย์ เกตุศรี (ตท.23) ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากล ขึ้นเป็น พลเอก ในตำแหน่ง ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและความมั่นคง ซึ่ง พล.ท.สุวิทย์ ถูกมองว่าจะเป็น ผบ.ทหารสูงสุด ต่อจาก พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ (ตท.21) ที่จะเกษียณฯ ก.ย.66 ซึ่งทั้งคู่เติบโตมาจากสายทหารม้า พล.ม.2 รอ. และเป็นนายทหาร ทม.รอ. ด้วย

สำหรับชื่อที่อีกถูกจับตา คือ พล.ต.นิมิตต์ สุวรรณรัฐ รองหัวหน้าสำนักงานประสานภารกิจทางทหารกับกระทรวงการต่างประเทศ ศูนย์ประสานภารกิจทางทหาร สำนักนโยบายและแผนกลาโหม ขึ้น พลโท เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม


ข่าวที่เกี่ยวข้อง